ความคืบหน้าเหตุยิงวินรถจักรยานยนต์ซอยภูมิจิตร หน้าศาลเจ้าแม่พลับพลึง ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทีมข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ พบนายสุรเชษฎ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของนายโอ๊ต อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุยิง เล่าว่า จากการพูดคุยกับแฟนสาวของนายโอ๊ต และกลุ่มเพื่อน ทราบว่า นายโอ๊ต รู้จักกับนายโอม วินรถจักรยานยนต์ เบอร์ 34 มานานหลายปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่ทราบว่ามีปัญหาอะไรกันหรือไม่ แต่ก่อนเกิดเหตุทราบว่า นายโอ๊ตได้ดื่มสุราเข้าไป ก่อนจะไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันใกล้ที่เกิดเหตุ และไปมีปากเสียงกับในโอมที่เข้ามาเติมน้ำมันพอดี โดยมีการบีบแตรใส่กันและด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย และท้าทายว่าเดี๋ยวเจอกัน และเพื่อนบางคนบอกว่าอาจมีการยื้อแย่งอาวุธมีดกันด้วย หลังจากนั้นนายโอ๊ตก็นำปืนตามไปยิงนายโอมที่วินรถจักรยานยนต์ แต่กระสุนปืนไปถูกวินรถจักรยานยนต์คนอื่นได้รับบาดเจ็บบริเวณขา จนทำให้กลุ่มเพื่อนวินโกรธแค้นและน่าจะไล่ตามนายโอ๊ตที่วิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยและเข้าไปยังบ้านเรือนของประชาชน

นายสุรเชษฎ์ เปิดเผยอีกว่า โดยตนเองได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณปากซอยที่นายโอ๊ตวิ่งหลบหนีเข้าไป เห็นวินรถจักรยานยนต์ 2 คนไล่ตามนายโอ๊ต คนหนึ่งได้ถีบรถจักรยานยนต์ของรุ่นน้องนายโอ๊ตที่กำลังออกไปทำงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ ส่วนอีกคนก็ขี่รถจักรยานยนต์ตามนายโอ๊ตเข้าไปภายในซอย ซึ่งตนเองเชื่อว่าคนที่ฟันนายโอ๊ตมีมากกว่า 1 คน เนื่องจากนายโอ๊ตได้รับบาดเจ็บแขนขาด หูซ้ายขาด หน้าอกมีแผลถูกฟันฉกรรจ์ และมีแผลที่คอลึกถึงหลอดลม ซึ่งล่าสุดนายโอ๊ตได้เสียชีวิตขณะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้กับน้องชาย

เจ้าของร้านขายของชำที่นายโอ๊ตวิ่งเข้าไปหลบซ่อน เล่าว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเองกำลังทำความสะอาดหน้าร้าน ได้มีชายถืออาวุธปืนวิ่งเข้าไปในร้าน ก่อนจะวิ่งขึ้นไปบริเวณชั้น 3 ซึ่งเป็นห้องนอนของลูกสาว ตนเองพยายามถามว่าเข้าไปทำไม แต่ชายคนดังกล่าวไม่ตอบแล้ววิ่งเข้าไป จากนั้นด้วยความกลัวตนเองจึงให้ลูกสาวล็อคห้อง ส่วนตนเองก็วิ่งออกมานอกร้าน และได้ยินเสียงกลุ่มชายฉกรรจ์ ซึ่งไม่ทราบว่าขึ้นไปชั้น 3 ของบ้านทางไหน เป็นอาคารพาณิชย์ติดกัน สามารถปีนข้ามไปมาได้ โดยชายกลุ่มดังกล่าวตะโกนบอกว่า "เอามันให้ตายๆ" ก่อนที่จะเห็นชาย 3-4 คน วิ่งออกมา โดยเหตุการณ์เร็วมาก ตนเองจึงไม่ทันสังเกตว่าชายกลุ่มดังกล่าวมีลักษณะแต่งกายอย่างไร จนกระทั่งมาทราบภายหลังว่าชายที่ถือปืนนั้นถูกฟัน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

หนึ่งในวินรถจักรยานยนต์ที่ปรากฎในคลิปวงจรปิด ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ตนได้เข้าไปให้ปากคำกับตำรวจแล้วกรณีที่ได้มีชายขี่รถจักรยานยนต์เข้ามายิงคนในวินจยย. โดยไม่ทราบสาเหตุ จากนั้นกลุ่มเพื่อนวินได้ไล่ติดตามเข้าไปในซอยที่เกิดเหตุกันทั้งวินจยย. รวมทั้งตนเองด้วย เมื่อไปถึงซอยดังกล่าวไม่พบผู้ที่ลงมือยิงแต่อย่างใด จนกระทั้งมาทราบอีกครั้งเมื่อรถมูลนิธิมารับมือยิงที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกฟันแขนขาด และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล พร้อมกับยืนยันว่าไม่ทราบว่าใครเป็นคนก่อเหตุฟัน แต่กลุ่มเพื่อนวินจยย. ที่ตามไปไม่พบตัวผู้ก่อเหตุยิงก็เลยพากันกลับออกมา ยอมรับว่ามีการติดตามไปจริง เพื่อจะไปควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่และเคยเห็นหน้ากันมาก่อน ส่วนที่คู่กรณีมีเรื่องบาดหมางกันเมื่อคืน หรือช่วงเช้าหรือไม่ตนไม่ทราบ

ด้านพ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน เปิดเผยว่า เบื้องต้นชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยสามารถระบุตัวกลุ่มเพื่อนวินรถจักรยานยนต์ที่ไล่ติดตามนายโอ๊ตได้ 3-4 คนแล้ว แต่อยู่ระหว่างหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมว่าใครคือคนที่ก่อเหตุฟันนายโอ๊ตจนเสียชีวิต ส่วนสาเหตุนั้น ตำรวจเชื่อว่าน่าจะมีปัญหากันมาก่อน ส่วนนายโอ๊ตผู้เสียชีวิต เคยมีประวัติต้องโทษคดียาเสพติด

พ.ต.อ.วชิรากรณ์ เปิดเผยว่า ทั้งนี้คดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนสน.คลองตัน จะทำสำนวนแยกออกเป็น 2 สำนวน คือสำนวนคดียิงที่มีนายโอ๊ตเป็นผู้ต้องหา ถึงแม้ว่านายโอ๊ตจะเสียชีวิตแล้ว แต่ตำรวจก็จะต้องทำสำนวน และมีความเห็นส่งอัยการ ส่วนอีกสำนวนคือคดีที่มีการทำร้ายและฟันนายโอ๊ตจนเสียชีวิต ซึ่งตำรวจก็จะเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีต่อไป