กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์มาตลอดหลายสัปดาห์ สำหรับ “บัวขาว บัญชาเมฆ” ยอดมวยดัง หลังดราม่ากรณีซีเกมส์กัมพูชาจะใช้มวยเขมร หรือ “กุน ขแมร์” และมีความพยายามปั่นกระแสในโลกโซเชียลว่า “บัวขาว”ไม่ใช่คนไทย แต่มีเชื้อสายกัมพูชา และถูกวิจารณ์ว่าใช้ศิลปะการต่อสู้แบบ “กุน ขแมร์”
ซึ่ง “บัวขาว”ก็ได้ยืนยันว่าตนเองนั้นเป็นคนไทย 100 เปอร์เซ็ฯต์ ไม่มีเชื้อสายของกัมพูชาอย่างที่วิจารณ์กัน แต่ก็สร้างความไม่พอใจให้กับ สเร จันทอน รองประธานกิตติมศักดิ์สหพันธ์มวยกัมพูชา ประกาศให้รางวัลใหญ่ ทั้งบ้าน รถยนต์ และเงินสดใช้จ่ายเป็นเวลา 10 ปี กับนักมวยเขมร หากใครสามารถคว่ำ “บัวขาว”ลงได้ กลายเป็นสงครามเดือดในโลกโซเชียล
อย่างไรก็ตามหลังคำประกาศดังกล่าว เพจ “บัญชาเมฆยิม” ของ “บัวขาว” ก็ได้ออกมาขอให้ผู้ใหญ่ฝ่ายกัมพูชาจ่ายเงินค่าตัวของยอดมวยชาวไทยที่ยังค้างอยู่ถึง 2.2 ล้านบาท ส่งผลให้แฟนมวยชาวไทยจัดทัวร์ลงอย่างหนัก ล่าสุด “สเร” ประกาศขอสงบศึก บอกอย่าถือสาหาความกับอารมณ์ของเขา และบอกกีฬาเป็นสื่อสันติภาพ ไทย -กัมพูชาเป็นพี่น้องกัน
กระทั่งล่าสุด “บัวขาว” เพิ่งประกาศศักดามวยไทยสนั่นโลกอีกครั้ง นำ “รำมวยไทย -ไหว้ครูมวยไทย” ทำลายสถิติโลก 3,660 คน ในงานเฟสติวัลมวยไทย ประจำปี 2566 "Amazing Muay Thai Festival 2023" ที่อุทยานราชภักดิ์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ใน “วันมวยไทย” เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา
แต่ก็ไม่วายกลายเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมาอีก เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ไปเป็นประธานทำให้ถูกการเมืองฝ่ายตรงข้ามตามตรวจสอบงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม “บัวขาว” หรือร้อยโท สมบัติ บัญชาเมฆ ยอดมวยผู้มีลีลาการชกที่ดุดันไม่เกรงใจใคร เป็นขวัญใจทั้งชาวไทยและชาวโลก คว้าชัยชนะมานับครั้งไม่ถ้วน ด้วยพลังแข้งมหากาฬ ทำให้เขาตกเป็นเป้าถูกท้าทายจากบรรดายอดนักชกของชาติต่างๆ แม้ในวัยที่เขาก้าวสู่เลข 4 แล้วก็ตาม
โดย “บัวขาว” ได้กล่าวหลังนำรำมวยไทยและไหว้ครูมวยไทยสร้างสถิติโลกว่า “ ที่เรามาร่วมใจกันในวันนี้ถือเป็นรางวัลที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรา ว่าทำให้ก่อเกิดต้นตำรับของไทยอย่างแท้จริง ซึ่งตนมีความภาคภูมิใจและตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่มีภาพเหล่านี้เกิดขึ้น การที่เราไปแสดงโชว์ศิลปะบนเวที หรือการที่เราไปเผยแพร่ให้คนทั่วโลกยอมรับในมวยไทย แต่วันนี้บ้านเราทำให้เกิดขึ้นเป็นต้นตำรับแล้ว”