เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 31 ม.ค.66 ที่สโมสรตำรวจ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ถวายฎีกา เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เนื่องจากมีพยานหลักฐานและรับทราบถึงภารกิจของชุดเฉพาะกิจดีเอสไอ ที่เข้าตรวจค้นบ้านพักอดีตกงสุลนาอูรู เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.65
นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (31 ม.ค.) ได้พาพยานมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเอาผิดรองอธิบดีดีเอสไอ และหัวหน้าฝ่ายในดีเอสไอ ฐานความผิดมีส่วนรู้เห็นในการปฏิบัติการตรวจค้นและเรียกรับผลประโยชน์จากกรณีการออกเอกสารคำสั่งปฏิบัติการตรวจค้นบ้านพักนาอูรูผิดระเบียบข้อปฏิบัติชัดเจน
โดยพยานรายนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ที่รับทราบถึงความผิดปกติในการออกเอกสารคำสั่งปฏิบัติการตรวจค้นพักเช่า และสืบจนทราบว่า เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2565 ผอ.สำนักท่านหนึ่งของดีเอสไอ ไปหารือเรื่องการออกฟมายค้นบ้านพักกงสุลนาอูรู กับตำรวจ 191 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นในวันที่ 10 ธ.ค. ไปติดกล้องที่บ้านพัก ก่อนจะไปวางแผนขออนุมัติปฏิบัติการ กระทั่งในวันที่ 13 ธันวาคม 2565 รองอธิบดี ออกเอกสารคำสั่งชุดคำสั่งส่งเพื่อส่งเข้าระบบของหน่วยงาน และวนกลับมาถึงตัวเองอีกครั้ง เพื่อเซ็นอนุมัติ เมิ่อวันที่ 21 ธันวาคม แต่เอกสารฉบับดังกล่าวจะย้อนแย้ง กับคำสั่งของอธิบดี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม และยังทำให้เห็นว่ามีการวางแผนทำเป็นขบวนการ จน ในวันที่ 22 ธันวาคม ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพผู้กระทำความผิดได้ชุดปฏิบัติการชุดนี้จึงลงพื้นที่เข้าจับกลุ่มทันที ดังนั้นจากการสืบค้นข้อมูลจึงเชื่อว่าเจ้าหน้าที่กรมกงสุลนาอูรูมีส่วนรู้เห็นในขบวนการนี้ด้วย
นอกจากนี้ นายอัจฉริยะ ยังระบุว่า รองอธิบดี และผอ.สำนัก ที่ตนเข้าแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตข้อสอบเลื่อนตำแหน่ง ซี 8 ของดีเอสไอ โดยการขโมยข้อสอบออกมาขายให้กับเจ้าหน้าที่ในราคา 1-1.5 ล้านบาท ซึ่งหน้าห้องของอดีตอธิบดีดีเอสไอ เคยนำข้อสอบมาให้กับพยานหญิงรายนี้ดูล่วงหน้าก่อน 2 วัน แต่พยานรายนี้ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นในขบวนการซื้อขายข้อสอบแต่ยอมรับว่าข้อสอบที่ได้เห็นตรงกับข้อสอบของจริง และยังมีหลักฐานว่าเงินจากการทุจริตข้อสอบส่งไปถึงมือรองอธิบดีรายนี้ โดยมีนายท้อป และตำรวจหญิงรายหนึ่งเป็นหน้าเสื่อรับเงินให้ ซึ่งพยานรายนี้ยังเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่ยื่นถวายฎีกาขอความเป็นธรรม 25 เรื่อง หลังตรวจสอบพบว่า มีการจ่ายเงินแรกเฉลยข้อสอบเลื่อนตำแหน่งซี และมีบุคคลใกล้ชิดกับอดีตอธิบดีได้คะแบบสูงสุดทั้งที่ไม่ใช่คนเก่ง
อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะ ระบุว่า หลังจากนี้จะเข้ามาร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทุกอาทิตย์หลังพบว่าพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รักษาการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่จริงจังในการตรวจสอบการทุจริตโกงข้อสอบเท่าที่ควร ซึ่งหากตรวจสอบข้อเท็จจริงจะพบว่ารองอธิบดีดีเอสไป มีข้อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเกือบทุกคน
ทั้งนี้ มีรายงานว่ารองอธิบดีที่นายอัจฉริยะ นำพยานมาให้ปากคำเป็นข้าราชการตำรวจ อักษรย่อ ป.