ชาวบ้านหลายจังหวัดกว่า 100 คน แห่แจ้งจับสาวแสบชาวบุรีรัมย์ ที่เพิ่งมาอยู่กินเป็นสะใภ้ในหมู่บ้านได้แค่ 3 เดือน หลอกจะพาไปทำงานเกาหลีสูญคนละหลายหมื่น อ้างพ่อเลี้ยงชาวเกาหลีรวยเป็นเจ้าของไร่สตอเบอรี่ จะได้ค่าแรงเฉียดแสนถึงวันนัดเดินทางหอบเงินหลายล้านชิ่งหนีกลางดึก ตร.เร่งประสานอายัดบัญชี และยื่นขอออกหมายจับหวั่นหนีออกนอกประเทศ
วันที่ 7 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา ชาวบ้านจากหลายจังหวัดทั้งในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด อุดรธานี อุบลราชธานี และ จ.สระแก้ว ร่วม 100 คน แห่นำหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงิน และข้อความการสนทนา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.สุภรัตน์ หรือมะปราง อายุ 24 ปี หลังจาก น.ส.มะปราง มีพฤติกรรมฉ้อโกงหลอกลวงชาวบ้านว่าจะพาไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยสร้างเรื่องว่ามีพ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลี ทำงานเป็นหัวหน้า ตม.ที่เกาหลี ทั้งมีสวนผัก สวนมะเขือเทศ และไร่สตอเบอรี่เป็นของตัวเอง พ่อเลี้ยงต้องการคนไปทำงานดูแลสวนที่เกาหลี โดยบอกว่าจะได้ค่าแรงสูงถึงเดือนละ 62,000 บาท ถ้ารวมโอทีด้วยก็เกือบ 1 แสนบาท ทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ
นอกจากนั้น น.ส.มะปราง ยังสร้างโปรไฟล์ให้ดูน่าเชื่อถือด้วยการทำตัวเหมือนคนมีตังค์ ทั้งปล่อยเงินกู้ และล่าสุดก็ให้ช่างทุบรื้อบ้านของพ่อแม่สามีทั้งที่ตัวเองเพิ่งมาเป็นสะใภ้ได้เพียง 3 เดือนทิ้ง บอกว่าจะสร้างบ้านหลังใหม่ให้ แต่พอทุบทิ้งแล้วสั่งของมากองไว้รวมทั้งค่าช่างประมาณ 2 แสนบาท ก็หายตัวออกจากบ้านกลางดึก อ้างว่าจะออกไปรับแม่แล้วก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย ปล่อยให้แม่สามี และชาวบ้านกว่า 100 คนที่ถูกหลอกจะพาไปทำงานเกาหลี
โดยนัดให้มารอขึ้นรถตู้ที่บ้านสามีตอน 7 โมงเช้าวันนี้ เพื่อจะพาไปขึ้นเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่พอถึงเวลานัดหมายกลับไม่เห็นตู้สักคัน ส่วนตัว น.ส.มะปราง ก็หนีหายไปพร้อมเงินที่หลอกชาวบ้านโอนเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหลักล้านบาท โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหนเพราะปิดทุกช่องทางการติดต่อ ทิ้งให้สามีและแม่สามีรับหน้าแทน ทั้งที่ไม่ได้รู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำของ น.ส.ปรางค์ หนำซ้ำยังถูกหลอกให้ทุบบ้านทิ้ง ต้องเป็นหนี้ค่าวัสดุอุปกรณ์ และค่าช่างอีกกว่า 2 แสนบาทด้วย หลังจากรู้ตัวว่าถูกหลอกชาวบ้านจึงได้พากันเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีตามกฎหมายกับ น.ส.ปรางค์
นายศุภกฤต อายุ 28 ปี ชาว จ.ร้อยเอ็ด หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ปกติมีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวที่จ.ร้อยเอ็ด พอมีคนรู้จักมาชักชวนว่า น.ส.มะปราง ซึ่งมีพ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลี และเป็นหัวหน้า ตม.ที่เกาหลี จะพาคนไปทำงานดูแลสวนมะเขือเทศ และไร่สตอเบอรี่ที่เกาหลี โดยจะเดินเรื่องเอกสารการเดินทางให้ทั้งหมด จะได้ค่าแรงสูงถึง 62,000 บาท รวมโอทีก็เกือบแสน ส่วนค่าเดินทางก็เรียกเก็บไม่เท่ากัน เฉลี่ยตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่นบาท โดยบางคนโอนจ่ายไปแล้ว 8 หมื่นบาท แต่พอมาวันนี้ซึ่ง น.ส.มะปราง นัดให้มารวมตัวกันที่บ้านสามีเธอเพื่อมาขึ้นรถตู้ไปสนามบิน แต่พอถึงเวลา น.ส.มะปราง กลับหายตัวออกจากบ้านไม่สามารถติดต่อได้ มีเพียงสามีและแม่สามีอยู่ที่บ้าน ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเขาบอกว่าถูกหลอกเหมือนกัน จึงอยากให้ ตร.เร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี และนำเงินมาคืนด้วย เพราะบางคนลาออกจากงานเพราะคิดว่าจะได้ไปทำงานที่เกาหลี
ด้านนายแก๊ป อายุ 23 ปี สามีของ น.ส.มะปราง บอกว่า เมื่อ 4 เดือนก่อนตนรู้จักกับ น.ส.มะปรางผ่านเฟซบุ๊ก ก็พูดคุยกันสักพักแล้วคบหากันเป็นแฟน แต่เพิ่งมาอยู่กินกันแบบสามีภรรยาที่บ้านตนเองได้ 3 เดือน ก็ไม่มีใครเคยเห็นแม่หรือพ่อเลี้ยงของเขา แต่เขาบอกว่าพ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลีใต้ และไม่รู้ว่าภรรยา จะไปหลอกชาวบ้านหลายจังหวัดว่าจะพาไปทำงานเกาหลี แต่พอประมาณตี 1 กลับบอกตนเองว่าจะไปรับแม่ แล้วก็หายไปเลยติดต่อไม่ได้อีก ก็อยากให้ภรรยากลับมารับผิดชอบกับสิ่งที่ทำ เพราะตนกับครอบครัวไม่ได้เกี่ยวข้องหรือรู้เรื่องด้วย
โดย นางเกสร อายุ 45 ปี แม่สามีของ น.ส.มะปราง บอกว่า ตอนที่ น.ส.มะปราง ลูกสะใภ้มาอยู่กินกับลูกชายที่บ้านตลอด 3 เดือน ก็ใช้ชีวิตปกติแต่ที่บ้านไม่มีใครเคยได้คุยกับแม่และพ่อเลี้ยงของ น.ส.มะปรางเลย โดยมะปราง บอกว่า พ่อเลี้ยงเป็นชาวเกาหลีใต้ตนก็เคยเห็นเขาวีดีโอคอลคุยกับคนต่างประเทศ ซึ่งเขาบอกว่าเป็นพ่อแต่เขาคุยภาษาต่างประเทศกันคนที่บ้านก็ฟังไม่ออก ก็ไม่คิดว่าสะใภ้จะทำแบบนี้กับครอบครัวได้ ก็อยากให้กลับมารับผิดชอบ
ขณะที่ตำรวจก็ได้เร่งสอบปากคำผู้เสียหาย ซึ่งต้องใช้พนักงานสอบสวนหลายคนช่วยกันสอบ เพราะผู้เสียหายมีจำนวนมาก และคาดต้องใช้เวลาหลายวัน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเบื้องต้นได้ทำเรื่องขออายัดบัญชาของ น.ส.มะปรางไว้แล้ว พร้อมประสาน ตม.ให้อายัดการเดินทางออกนอกประเทศด้วย และได้ยื่นขออนุมัติศาล จ.บุรีรัมย์ เพื่อออกหมายจับด้วย เพราะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนกจำนวนมาก



