เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 27 ธ.ค.2565 ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ คิงก่อนบ่ายว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1 พปชร. ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเข้าร่วมกับ พปชร. ว่าเดิมทีบทบาทของเราคนก็รู้จัก เราพูดอะไรก็เหมือนเป็นคอลเอาต์ จึงคิดว่าควรเอาตัวเองมาพูดในสภาเพื่อสะท้อนปัญหาของชาวบ้านในสภา ขณะเดียวกัน ตนได้มาติดตามการทำงานของ พปชร. และตอนที่แม่เลี้ยงกับญาติโดนแก๊งคอลเซนเตอร์ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค พปชร.ได้เข้ามาช่วย ทุกวันนี้เห็นแล้วว่าเครือข่ายเหล่านี้ค่อยๆ ถูกทลายลง เราเห็นถึงการทำงานว่ามาเห็นแต่ปัญหาตัวเองไม่ได้ แต่เป็นภาพใหญ่ของประเทศ ต้องค่อยเป็นค่อยไป ร่วมมือกันหลายๆ ฝ่าย 

 

นายณภัทร กล่าวว่า เมื่อตนได้ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพปชร. จะเห็นว่าต่างกับในข่าว และเมื่อตนมีความใฝ่ฝันที่จะลงการเมือง นายชัยวุฒิได้ให้ความเมตตาทำให้ตนมองว่าแม้เป็นลูกชาวไร่ ไม่ได้เป็นเชื้อสายนักการเมือง ไม่มีต้นตระกูลเป็นนักการเมือง แต่พปชร.ให้โอกาสเราเป็นผู้สมัคร ส.ส. มองว่านี่คือจุดใหม่ เป็นการจุดประกายให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทนักการเมือง ไม่ต้องเป็นลูกคนรวย ขอแค่มีจิตใจที่อยากพัฒนาบ้านเกิด ก็สามารถเข้ามาเป็นนักการเมืองได้ จึงตัดสินใจมาลงสมัครกับ พปชร.

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรอย่างไรบ้าง นายณภัทร กล่าวว่า “พล.อ.ประวิตรถามว่าเอาจริงหรอ ซึ่งตนตอบว่าถ้าลุงให้โอกาสผมก็ทำเต็มที่” เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ เพราะพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ นายณภัทร กล่าวว่า คิดว่าเหมือนฟุตบอล เราเจอทีมใหญ่ ทีมใหญ่ก็ต้องมีจุดบอด ขอแค่สู้ไปก่อน ได้หรือไม่เป็นอีกเรื่อง หากไม่สู้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้สู้ วันนี้พปชร.ยื่นโอกาสให้เรา ถ้าไม่คว้าโอกาสนี้ไว้พรรคก็ต้องไปหาคนอื่น เมื่อเราคว้าโอกาสไว้ทีนี้อยู่ที่คนประจวบฯ ว่าจะให้โอกาสเราแค่ไหนในการกลับไปพัฒนาบ้านเรา 

 

เมื่อถามว่า พร้อมชนกับนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายณภัทร กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองรุ่นน้อง แต่ก็ต้องชิมลางไปก่อน ได้หรือไม่ได้ว่ากันอีกเรื่องแต่ทำเต็มที่