ชูวิทย์ เดินหน้าแฉขบวนการทุนสีเทาลามทุกวงการ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ กระเพื่อมเหมือนสึนามิ ด้าน ปส.ปูพรหมค้น 30 จุด พื้นที่ 8 จังหวัดภาคอีสาน ลุยยึดทรัพย์เครือข่ายยาเสพติดกว่า 2,500 ล้าน วัชระบี้สตช.เชือดข้อหาฟอกเงิน หวั่งคดีตู้ห่าวมวยล้มต้มคนดู
เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น 30 เป้าหมาย ครอบคลุม 8 จังหวัดภาคอีสาน ระหว่างวันที่ 15 พ.ย.-15 ธ.ค. โดยตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องจำนวนมาก รวมทั้งดำเนินการตามมาตรการตรวจสอบทรัพย์สินตามมูลค่า ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 84 รวมกว่า 2,480,195,000 บาท
ทั้งนี้ การเปิดปฏิบัติการในครั้งนี้ สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. มีนโยบายเร่งด่วน ในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังในทุกมิติ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่จะตัดวงจรของเครือข่ายยาเสพติดได้ ด้วยการยึดอายัดทรัพย์สินตลอดจนการป้องกันและปราบปรามแหล่งชุมชนที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ชุมชนที่เชื่อว่าเป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด และพื้นที่ล่อแหลม
ด้าน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุข้อความว่า องค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ กระทำการเป็น อั้งยี่ ซ่องโจร ทำเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก มีความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ไม่ว่าการกระทำนั้นจะทำผิดนอก หรือในราชอาณาจักรก็ตาม จึงถือว่าเป็นคดีใหญ่ในรอบ 30 ปี ที่ผลกระทบเสียหายมากมายต่อประเทศ ต้องขอบคุณ ผบ.ตร. ที่เห็นความสำคัญของคดีนี้ และให้อัยการ ตำรวจ มาร่วมมือกันตามที่ผมเสนอในฐานะประชาชนของประเทศนี้ ที่มองเห็น หากใครอยากทราบว่า คดีนี้เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ อย่างไร ต้องฟังสิ่งที่ผมจะแจงแถลงไขให้ถ่องแท้ การขยายผลของผมมี 2 ภาค โดยภาคแรกวันพุธ บ่าย 3 ภาคสองเริ่ม 11.30 น. วันศุกร์ที่ รพ.ตำรวจ กับท่านผบ.ตร. และแถลงข่าวต่อเวลาบ่าย 3 โมง พรุ่งนี้มาฟังผมแถลงถึงเหตุผลที่เสนอเรื่องนี้ขึ้นมา และอัยการสูงสุดต้องมาควบคุมกระบวนการสอบสวนเพื่อให้สำนวนรัดกุมขึ้น ขอให้เข้าใจว่าไม่ใช่เฉพาะเรื่อง จินหลิง แต่กระเพื่อมไปไกลเป็นวงกว้างเหมือน สึนามิ ลามไปหมดทุกวงการ การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทุกสถาบัน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ และพ.ต.อ.สุรโชค เจษฎาเดช (สารวัตรแรมโบ้) ประธานมูลนิธิป้องกันต่อต้านอาชญากรรมและยาเสพติดในประเทศไทย ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอให้สั่งการและเร่งรัดการดำเนินคดี นายห่าว เจ๋อ ตู้ หรือตู้ห่าว
พ.ต.อ.สุรโชค กล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวจาก นายชูวิทย์ได้ร้องเรียนกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ว่า พนักงานสอบสวนผู้ทำคดีไม่ได้แจ้งข้อหาฟอกเงิน จึงรู้สึกตกใจมาก เพราะในคดียาเสพติดทุกคดีที่ทำอยู่ กฎหมายฟอกเงินถือเป็นเครื่องมือสำคัญของการปราบปรามผู้ค้ายาเสพติดได้อย่างเด็ดขาด จึงขอให้ผบ.ตร.สั่งการทีมที่รับผิดชอบทำคดีนี้ทันที เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อคดีและประเทศชาติและประชาชน เพราะหากล่าช้า เชื่อว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดในขณะนี้จะยักย้ายถ่ายโอนเงินสดหรือทรัพย์สินจากการทำผิดกฎหมายไปให้บุคคลภายนอกหรือโอนไปต่างประเทศ ซึ่งอาจจะมีวงเงินสดที่สูงถึงหลายพันล้านหรือหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ หากทรัพย์สินทั้งหมดถูกยึดตกเป็นของแผ่นดินแล้ว ก็จะเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้เป็นกองทุนปราบปรามยาเสพติดได้ในอนาคต
ดังนั้น ผบ.ตร.จึงต้องสั่งการอย่างเร่งด่วนดังนี้ 1.ในระหว่างนี้หากพบเงินสดที่โอนไปถึงใคร ขอให้ดำเนินคดีอาญาแจ้งข้อหากฎหมายฟอกเงินทุกคนอย่างเด็ดขาดทันที 2.ขอให้รีบแจ้งข้อหาฟอกเงิน นายห่าว เจ๋อ ตู้ กับพวกโดยเร็วที่สุดเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินขบวนการนี้ให้ตกเป็นของแผ่นดิน
3.ขอให้รีบจัดทีมพนักงานสอบสวนมือดีที่สุดที่มีความเชี่ยวชาญคดีฟอกเงิน ยาเสพติด ความมั่นคง บ่อนการพนันผิดกฎหมายจากส่วนกลาง กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจต่างประเทศ กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์เข้ามาช่วยทำคดีนี้
และ 4.ขอให้เร่งรัดสอบสวนคดีที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องเกี่ยวกับการทุจริตในคดี นายห่าว เจ๋อ ตู้ โดยใช้พนักงานสอบสวนจากส่วนกลางทั้งหมด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว ให้รีบนำสำนวนประสานกับ ป.ป.ช.เจ้าของคดีและอัยการ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว เป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพื่อสร้างศรัทธาความน่าเชื่อถือกับประชาชนให้กับองค์กรตำรวจโดยเร็ว
ด้าน นายวัชระ กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนเสื่อมศรัทธา สตช.อย่างมาก พี่น้องประชาชนจึงฝากตะเกียงและไม้กวาดมาให้ ผบ.ตร.เพราะเกรงว่าคดีตู้ห่าวอาจเป็นมวยล้มต้มคนดู จึงต้องออกมาเป็นปากเสียงแทนชาวบ้าน