วันที่ 11 ต.ค.65   เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย (บก.ทท.) ถ.แจ้งวัฒนะ พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธานการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 โดยมีพลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้นเวลา 11.30 น. พลเอก เฉลิมพล แถลงภายหลังการประชุมว่า เรื่องการดำเนินการเริ่มต้นปีงบประมาณ 2566 สิ่งที่สำคัญ คือการเปลี่ยนแปลงผู้บัญชาการเหล่าทัพ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ สนองพระเดชพระคุณมาพบกันครั้งแรกในวันนี้ สิ่งที่สำคัญคือได้นำนโยบายของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาชี้แจงให้ในที่ประชุมรับทราบและนโยบายของกองบัญชาการกองทัพไทยในการปฏิบัติงานเร่งด่วนในปี 2566 โดยเฉพาะการปฏิบัติงานของทหารและตำรวจ ซึ่งต้องปฏิบัติตามภารกิจของเราที่กำหนดไว้ และปฏิบัติตามนโนบายรัฐบาล เพื่อตอบสนองภารกิจในภาพรวมและปฏิบัติงานตามสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปให้มีความทันสมัย และตอบสนองประชาชน

พลเอก เฉลิมพล กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตามนโยบายของ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีเนื้อหาหลักเร่งด่วนในปี 2566 จำนวน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การเสริมสร้างด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ อาทิ ภารกิจ พิทักษ์ ปกป้อง เทิดทูนสถาบัน กิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน การติดตามสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลก การเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพและตามแนวชายแดน 2.การเสริมสร้างกองทัพและสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนาระบบงานให้สอดคล้องกับยุคปัจจุบัน และการใช้จ่ายงบให้เป็นไปตามข้อกำหนด และ3.การสนับสนุนงานรัฐบาล อาทิ การประชุมเอเปค 2022 การจัดพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต 13 ตุลาคม และการช่วยเหลือประชาชน จากสาธารณภัยต่างๆ ร่วมกับสาธารณภัย และเอกชน

เมื่อถามว่า การพัฒนายุทโธปกรณ์และด้านต่างๆภายใต้งบประมาณที่จำกัดนั้น  แนวทางของกองทัพ คือการดำรงสภาพ และการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ โดยกองทัพได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้จ่ายของประเทศในด้านอื่นๆอีกมาก ที่เกี่ยวกับการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ในด้านการทหารก็มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน ในการดำรงสภาพความพร้อมให้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะยุทโธปกรณ์ที่มีค่าใช้จ่ายสูง กองทัพมีแผนงานดำรงสภาพและเสริมสร้าง ทั้งยุทโธปกรณ์ และกำลังพลให้มีความพร้อมปฏิบัติการได้ เพราะการปฏิบัติการด้านทหาร จำเป็นต้องใช้เวลาในการเตรียมการด้านการสร้างคน เพื่อให้กำลังพลแต่ละนายมีความพร้อม และมีประสิทธิภาพยืนยันว่ากองทัพจะปฏิบัติภายใต้กรอบของงบประมาณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หากงบประมาณไม่เพียงพอ ก็จะกำหนดเป็นงานเร่งด่วน เพื่อดูแลประชาชน พลเอก เฉลิมพล กล่าว