ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดงาน “Thailand Focus 2022 : THE NEW HOPE” ตอกย้ำศักยภาพและชี้แนวทางขับเคลื่อนของตลาดทุนและเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าต่อภายใต้บริบทใหม่ โดยมี รมว.คลัง พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงแวดวงเศรษฐกิจ ร่วมสร้างความเชื่อมั่นถึงความพร้อมของไทย ตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ประเทศ สู่การขับเคลื่อนอย่างบูรณาการโดยภาคตลาดเงินตลาดทุน  และการปรับกลยุทธ์ของธุรกิจและเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมอนาคตที่ยั่งยืน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 124 บริษัท ร่วมให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนสถาบัน 161 ราย จาก 76 สถาบันทั่วโลก สะท้อนการที่ผู้ลงทุนเห็นโอกาสและยังเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในประเทศไทย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยถึงการจัดงาน Thailand Focus ซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 16 ภายใต้แนวคิด “THE NEW HOPE” ว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ได้ให้ความมั่นใจแก่ผู้ลงทุนถึงยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศที่สนับสนุนการฟื้นตัวและมุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ในปาฐกถาพิเศษ “Thailand's Economic Reopening and Enhancing Competitive Advantage” โดยให้ข้อมูลถึงการบริโภคของภาคเอกชนและการส่งออกว่ายังอยู่ในทิศทางที่ดีแม้ว่าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและรายได้ในภาคการเกษตร ขณะที่ภาครัฐได้มีโครงการที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนเป็นระยะๆ พื้นฐานของประเทศก็ยังคงแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ยังให้ความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเติบโตทั้งในระยะกลางและระยะยาว โดยภาครัฐมีโครงการที่ช่วยกระตุ้นและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจด้วยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ขณะเดียวกันนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ยังให้ความเชื่อมั่นด้านการดำเนินนโยบายการเงินในอนาคตที่จะปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศ (gradual & measured) อีกทั้งในการเสวนาตัวแทนภาครัฐ ภาคธุรกิจ ตลาดเงิน ตลาดทุน ยังร่วมนำเสนอจุดแข็งของประเทศไทย รวมถึงความสามารถและศักยภาพของภาคเอกชนไทยที่สอดรับกับบริบทใหม่ในอนาคต

สำหรับ Thailand Focus 2022 : THE NEW HOPE เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สื่อสารความน่าสนใจของประเทศไทย และเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนให้แก่ผู้ลงทุนสถาบันทั่วโลก โดยงานปีนี้จัดงานในรูปแบบ Hybrid โดยมีผู้ลงทุนสถาบันที่เดินทางมาร่วมงานในประเทศไทยและที่รับฟังข้อมูลผ่าน virtual conference เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงผู้ลงทุนทั่วโลกสามารถเข้าถึงข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนได้ในรูปแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ ขณะเดียวกันยังตอบสนองความต้องการพบปะแบบส่วนตัวได้ โดยมีผู้ลงทุนจากกลุ่มประเทศหลัก ได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา สวีเดน โดยผู้ลงทุนสถาบันให้ความสนใจในอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเป็นหัวหอกขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต รวมทั้งการให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจของภาครัฐทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยสิ่งที่อยากฝากบอกว่า นักลงทุนที่เข้าร่วมงานไม่ได้มีคำถามต่อการเมืองไทย แต่มีคำถามว่าบริษัทจะเติบโต ปรับตัว และมีแนวโน้มในการทำธุรกิจต่อไปอย่างไรมากกว่า

 โดยในปี 2565 คาดการณ์การเติบโตจีดีพีไทย ช่วงครึ่งปีหลังจะโตที่ 3.5% ตามที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลังกล่าว ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้ามาเที่ยวไทยสะสมประมาณ 4.5 ล้านคน เทียบกับปี 2562 ก่อนเกิดโควิดระบาดที่เข้ามาเกือบ 40 ล้านคน แต่เศรษฐกิจไทยยังสามารถเติบโตได้มากขนาดนี้ จึงมองว่าในระยะถัดไปจะมีแต่การขยายตัว ทำให้หากเรากลับมาเปิดเศรษฐกิจมากขึ้น จากการแก้ไขปัญหาโควิดได้ การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจจะเหมือนถูกรีบูต เหมือนมีจรวดที่ยิงส่งให้เศรษฐกิจเหล่านี้เติบโตได้แบบดีมาก