ศาลให้ใบแดง นายก อบจ.ร้อยเอ็ด ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี และให้ชดใช้ค่าเลือกตั้งเป็นจำนวนเงิน 34 ล้านบาท ปมปราศรัยกล่าวหาว่าในการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. เกิดไฟดับ 2 ชั่วโมง ทำให้ภรรยาชวด นายก อบจ.เมื่อปี 2555

เมื่อเวลา 14:00 น. วันที่ 5 ส.ค.65 ที่ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 จ.ขอนแก่น นายเอกภาพ พลซื่อ นายก อบจ.ร้อยเอ็ด เดินทางมาเพื่อรับฟังคำพิพากษา กรณี กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้เพิกถอนสิทธิสมัครและสิทธิรับเลือกตั้งของนายเอกภาพ รวมทั้งหมด  4 ข้อหา ประกอบด้วยการปราศรัยในการเลือกตั้ง อบจ.ครั้งล่าสุด ซึ่งกล่าวหาว่าในการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ.ปี 2555 เกิดไฟดับ 2 ชั่วโมง ทำให้คะแนนของ นางรัชนี พลซื่อ ภรรยา ซึ่งเป็นผู้สมัครนายก อบจ.ในขณะนั้นหาย และพลาดเป็นนายก อบจ. ,เรื่องทำสัญญาเงินกู้กับธนาคารออมสิน 410 ล้านบาท  ,การซื้อเครื่องบินทำฝนเทียม  และ การสร้างอาคารห้องน้ำโรงเรียนกีฬา จ.ร้อยเอ็ด  

โดยศาลมีคำสั่งยกฟ้อง 3 ข้อหา และตัดสินข้อหา การปราศรัยกรณีไฟดับฯ ซึ่ง ศาลได้พิพากษาตัดสินให้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี พร้อมชดใช้ค่าเสียหายการเลือกตั้งให้ กกต.เบื้องต้น 34 ล้านบาท

นายเอกภาพ  กล่าวว่า คำตัดสินของศาลที่ยกฟ้อง 3 ข้อหาและตัดสินว่ามีความผิด 1 ข้อหาเป็นเรื่องที่ตนเองปราศรัย เรื่องเหตุการณ์ไฟดับแล้วมีการโกงกัน  แต่ตนเองไม่ได้บอกว่าใครโกงมันเป็นความรู้สึกส่วนตัว  ซึ่งศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 10 ปี ให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ กกต.ขอมา34 ล้านบาท ตนเองมองว่าเงินเดือนแค่ 7 หมื่นกว่าบาทแต่ต้องมาชดใช้ถึง 30 ล้านบาทก็ต้องสู้ต่อไป  

“ประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นเมื่อ8ปีที่แล้ว ผมปราศรัยความเก่าความหลังให้ชาวบ้านฟังเท่านั้นแต่ก็ไม่เป็นไร หลังจากนี้คงต้องเตรียมผู้สมัครที่เป็นทายาทลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเชื่อว่าพี่น้องชาวร้อยเอ็ดยังรักและเอ็นดูในตนเอง เพราะมีความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนา จ.ร้อยเอ็ด และเป็นสิ่งที่ทำมาตลอด  ที่ผ่านมาผมพึ่งรับหน้าที่กลางเดือน ก.พ.2564 ต่อมา 8 ก.ย.2564 ก็ได้ใบแดง แต่ผมก็ทำดีที่สุดแล้วและมุ่งมั่นตั้งใจที่จะพัฒนาร้อยเอ็ด  จึงอยากฝากพี่น้องขชาวร้อยเอ็ด ถึงแม้ตัวเองจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ตนเองยังมีทายาท เพื่อพัฒนาร้อยเอ็ดให้เจริญต่อไป”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า คดีดังกล่าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ  กกต. ได้เผยแพร่คำวินิจฉัย กกต.ให้มีการยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค เพื่อสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายเอกภาพ พลซื่อ และสั่งให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ร้อยเอ็ด ใหม่ แทนนายเอกภาพ ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น 2562 มาตรา 108 วรรคสอง และให้นายเอกภาพรับผิดในค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งครั้งที่เป็นเหตุให้ศาลมีคำสั่ง รวมทั้งดำเนินคดีอาญานายเอกภาพตามมาตรา 65 วงเล็บ 5 ประกอบมาตรา 126 ของกฎหมายเดียวกัน เนื่องจาก กกต.เห็นว่า ข้อความที่นายเอกภาพปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.63 ที่โรงเรียนชุมชนบ้านผำ ต.เมืองสรวง อ.เมืองสรวง จ.ร้อยเอ็ด ว่า "เอาแต่ประโยชน์ทั้งนั้นเลย...หาแต่สิเอาเปอร์เซ็นต์นี้กะดาย..อ่านหาแต่เงินนี้กะดาย" และ "มึงต้องการเปอร์เซ็นต์แม่นบ่ครับ" เป็นกรณีที่นายเอกภาพมีเจตนากล่าวหา นายมังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.และเป็นผู้สมัครนายก อบจ.ที่มีแนวคิดเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินทำฝนเทียม ว่าดำเนินการเพราะต้องการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ซึ่งเป็นการกระทำโดยทุจริตเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ค่าตอบแทนแก่ตัวนายมังกร และย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยมของนายมังกร รวมทั้งการปราศรัยด้วยข้อความว่า "ก่อนหน้านี้ไปกู้เงินออมสิน 400 กว่าล้านสตง.ตรวจมาแล้วครับว่ามันทุจริต" และแจกเอกสารมีข้อความว่า "อบจ.ร้อยเอ็ด กู้เงินธนาคารออมสิน 410 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2553 ถึง 2554 สมัยมังกร เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เป็นการกู้เงินที่ไม่ได้รับอนุมัติจาก รมต.มท.จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวง มท. อบจ.ร้อยเอ็ด จึงไม่ต้องรับผิดชอบผู้กู้ต้องรับผิดชอบเอง" ซึ่ง กกต.เห็นว่า กรณีดังกล่าวศาลปกครองอุบลราชธานีได้มีคำพิพากษาว่าการที่ อบจ.ร้อยเอ็ดทำสัญญากู้เงินปี 54 กับธนาคารออมสินวงเงิน 410 ล้านบาท ถือเป็นการกู้เงินที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  อบจ.ร้อยเอ็ด จึงมีหนี้ผูกพันกับธนาคารออมสิน การที่ อบจ.ร้อยเอ็ด ตั้งงบประมาณรายจ่ายจากงบประมาณกลางเพื่อชำระหนี้ดอกเบี้ยหรือค่าปรับเงินกู้ธนาคาร จำนวน 17 ล้านบาทเศษ เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและการก่อสร้างสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ จึงไม่ได้เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามที่นายเอกภาพอ้าง  

นอกจากนี้ การที่นายเอกภาพปราศรัยในวันที่ 17 ธ.ค.63 ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เกี่ยวกับการสร้างอาคาร ห้องน้ำโรงเรียนกีฬาจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีข้อความว่า "นายกหาแต่เปอร์เซ็นต์ก่อสร้างอาคาร" ซึ่งข้อความดังกล่าวย่อมทำให้วิญญูชนทั่วไปเข้าใจได้ว่าเหตุที่นายมังกรอดีตนายก อบจ.ก่อสร้างอาคารนั้น เพราะต้องการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการก่อสร้างอาคาร และไม่มีมาตรฐานในการก่อสร้างอาคาร ซึ่งย่อมส่งผลต่อคะแนนนิยมของนายมังกร กระทำดังกล่าวทั้งหมดของนายเอกภาพ จึงเข้าข่ายปราศรัยหาเสียงโดยมีเจตนาหลอกลวงใส่ร้ายด้วยความเท็จจงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตน

...