- โฆษณา -

'สมชัย' อัดผู้มีอำนาจหน้ามืด อยากชนะเลือกตั้ง แต่อ่อนคณิตศาสตร์

การเมือง4 ส.ค. 2565 • 02:37 น.
'สมชัย' อัดผู้มีอำนาจหน้ามืด อยากชนะเลือกตั้ง แต่อ่อนคณิตศาสตร์

วันที่ 4 ส.ค.65 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการเมืองและการพัฒนา มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร ระบุว่า...

ชัยชนะบนราคาที่สูงลิ่ว

การมุ่งกลับมาใช้แนวคิดหารร้อย ด้วยการเลือกใช้วิชามนต์ดำ ดึงการประชุมให้ล่าช้า ปล่อยสภาล่ม เพื่อให้ ร่าง พ.ร.ป.ส.ส. ที่มีกำหนดการที่รัฐสภาต้องทำให้เสร็จภายใน 180 วัน ต้องตกไป และกลับไปใช้ร่างแรกของ ครม. ที่ใช้วิธีหารร้อยแทน แม้เป็นชัยชนะแบบรวดเร็วเบ็ดเสร็จ แต่มีราคาที่ต้องจ่ายสูงลิ่ว

- โฆษณา -

ราคาดังกล่าว ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายในการประชุมรัฐสภา การประชุมกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน 49 คน 19 ครั้ง ที่ต้องจ่ายเบี้ยประชุมครั้งละ 1,500 บาท เป็นเงิน 1.3 ล้านบาท ค่าจัดเลี้ยงอาหารวันละ 250 บาท รวมเป็นเงินเกือบ 300,000 บาท ค่าจัดทำเอกสาร 200,000 บาท

รวมค่าใช้จ่ายเกือบ 2 ล้านบาท

ไม่นับราคาของเวลา และการทุ่มเทของกรรมาธิการ ที่ใช้เวลาเกือบ 4 เดือนถกเถียง ออกแบบวิธีการเลือกตั้ง เอาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายสารพัดทั้งจากสภา จากกฤษฎีกา จาก กกต. มาทำงานแบบทุ่มเท แล้วทุกอย่างกลายเป็นศูนย์นั้นยิ่งประเมินค่าไม่ได้

ไม่นับราคาของโอกาสของประชาชนที่จะได้ กม.เลือกตั้งที่กรรมาธิการช่วยกันออกแบบใหม่ในหลายเรื่องที่ไม่ปรากฏในร่างเดิมของ ครม. เช่น ข้อกำหนดให้ กกต.ต้องอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการสังเกตการณ์การนับคะแนนให้โปร่งใส การให้ กกต.ต้องประกาศผลรายหน่วยในอินเตอร์เน็ตภายใน 72 ชม. หลังปิดหีบ การเปิดโอกาสให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่สถานทูต ไม่ต้องส่งบัตรกลับมานับที่ไทย และอื่น ๆ อีกมาก จะหายวับหลังจาก ร่าง กม.ตกไป

แต่สิ่งที่แพงที่สุด ที่จะสูญหายและไม่มีทางหวนคืน คือ เกียรติภูมิของรัฐสภา ที่ใช้วิชามารจงใจทำกฎหมายให้ไม่เสร็จใน 180 วัน ซึ่งอาจจะเป็นครั้งแรกของประวัติรัฐสภาไทยที่เกิดเหตุอัปยศเช่นนี้ขึ้น

อยากชนะเลือกตั้งแต่อ่อนคณิตศาสตร์ คิดไม่ตก คำนวณไม่เป็น ตัดสินใจแล้วย้อนกลับไปกลับมา 3 รอบ

พอสุดท้ายอยากได้หารร้อย ขนาดยอมลงทุนสร้างความเสียหายต่อเกียรติภูมิของรัฐสภา

หน้ามืดมากครับ ท่านผู้มีอำนาจในบ้านเมืองนี้