"วิษณุ" ย้ำใครสงสัยปม "นายกฯ 8ปี  ยื่นถามศาลรธน. ยันรัฐบาลไม่ต้องตั้งรับอะไร ยันครม.ไม่เคยถกกลับใช้ "บัตรใบเดียว"  ชี้กฎหมายลูกไม่เสร็จใน 180วัน รัฐสภาบกพร่อง  "เพื่อไทย" บุกร้องปปช.ตรวจสอบ อีอีซี-ถุงมือยาง โวหลักฐานแน่นปึ้ก "บิ๊กน้อย" ลั่น "รวมแผ่นดิน" ไม่ใช่ "พรรคอะไหล่" ยันไม่เคยดีลกลุ่ม16-ศ.ท. ประกาศกร้าว ไม่ลงส.ส.  ตั้งเป้าส.ส.25 เก้าอี้ 

     ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 ส.ค.65 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า ตอนนี้ใครสงสัยสามารถยื่นศาลได้เลย เห็นฝ่ายค้านบอกว่าจะส่งวันที่ 7 ส.ค. แต่ในส่วนของรัฐบาล ไม่ได้เป็นฝ่ายส่ง เพราะไม่ได้สงสัย รัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งรับเท่านั้น เมื่อถามว่า มีความกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เคยมีใครพูดว่ากังวล
    
 ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าเชื่อมั่นใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องเชื่อมั่นอะไร ก็เฉยๆ ถ้ามันไม่ถูก เพราะนับตั้งแต่ปี 57 ก็ให้เป็นไปตามนั้น  เมื่อถามว่า ถ้าฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญสามารถเรียกนายกฯ ไปชี้แจงได้ ใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ศาลจะไม่เรียก แต่จะใช้วิธีส่งหนังสือ ส่งมาที่รัฐบาลและรัฐบาลก็จะตอบเป็นหนังสือกลับไปว่ามีความเห็นอย่างไร อันนี้หมายถึงกรณีถ้าศาลถาม แต่ถ้าศาลไม่ถามรัฐบาลก็ไม่ต้องตอบอะไร
    
   เรื่องนี้อาจจะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งถ้าเป็นปัญหาทางข้อกฎหมายศาลสามารถพิจารณาเองได้ ไม่ต้องมีใครมาสอนศาล
 
    ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรัฐบาลได้เตรียมร่างที่จะตอบดักทางศาลบ้างหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี ไม่ได้เตรียมเลย เพราะถ้าถึงเวลาจะต้องตอบ ก็ต้องมีเวลาพอที่จะตอบ เขาคงไม่ถามมาวันนี้และให้ตอบพรุ่งนี้ มะรืนตัดสินคงไม่ใช่อย่างนั้น ส่วนตัวยังไม่แน่ใจ ว่าศาลจะถามว่าให้รัฐบาลตอบหรือไม่
  
   ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯเคยตั้งทีมมาศึกษาเรื่องนี้ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี ยืนยันว่าไม่มี แต่ที่สภามี เมื่อถามว่า การตั้งรับของรัฐบาลในเรื่องนี้มีการวางแผนไว้อย่างไรบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ได้ตั้งรับอะไร เราก็แค่รอวันดีคืนดี ศาลมีหนังสือมาบอกว่ามีคนไปร้องอย่างนี้ ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นการร้องตามมาตรา 82 ฉะนั้นขอให้รัฐบาลให้ความเห็น ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นรัฐบาลให้ความเห็นไป

     นายวิษณุ ยังได้กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวจะกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวสามารถทำได้หรือไม่ ว่า ตนไม่ทราบว่าใครอยากกลับไปใช้บัตรใบเดียว ไม่เคยรู้เรื่อง และได้ยิน เพียงแต่เห็นข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไม่รู้เขาจะกลับไปได้อย่างไร เดิมทีใช้บัตรใบเดียว แล้วแก้รัฐธรรมนูญเป็นบัตร 2  ใบ ถ้าจะแก้เป็นบัตรใบเดียวก็ต้องแก้รัฐธรรมนูญอีก หากจะทำซึ่งไม่รู้จะทำทำไม  ซึ่งในการประชุม ครม.ก็ไม่เคยมีการถาม ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ   และไม่เคยมาพูดกับตนในเรื่องนี้  เมื่อถามย้ำว่า หากเป็นเช่นนั้นไม่ควรแก้รัฐธรรมนูญกลับไปใช่บัตรใบเดียวใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ใช่
  
   นายวิษณุ ยังได้กล่าวถึงสูตรการคำนวณส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ว่า เขาเถียงกันนานหลายเดือนแล้วระหว่างหาร 100 หรือ 500 ซึ่งหากถึงวันที่ 15 ส.ค.ที่ครบกำหนด 180 วัน หลังบรรจุระเบียบวาระ ถ้ารัฐสภายังพิจารณาไม่เสร็จเท่ากับไม่ทันกรอบ180 วัน ก็ต้องกลับไปใช้ร่างของกกต. ที่เสนอมาทุกมาตรา  เรื่องนี้ที่ประชุมครม.ไม่เคยหยิบยกมาหารือกันเพราะคงเข้าใจว่าจะเสร็จทัน เพราะยังเหลือการพิจารณาอย่างน้อยก็วันที่ 2 ส.ค. และ 9 ส.ค. หากยังไม่ทันก็นัดเพิ่มวันก่อนวันที่ 15 ส.ค. เมื่อถามว่า ต้องมีแผนสำรองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีอะไรสำรอง ถ้าไม่เสร็จจริงๆก็เป็นความบกพร่องของรัฐสภาแล้วกลับไปใช้ร่างเดิมในทุกมาตรา ไม่ใช่แค่มาตราหาร100  แต่รวมไปถึงมาตราอื่นๆ ที่เขาอุตส่าห์แก้มาเสียดิบดี
 
    ด้าน นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ  ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยเตรียมให้ยื่นคำร้องส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้พิจารณากรณีที่สมาชิกรัฐสภาคนที่สนับสนุนและลงมติโหวตให้ใช้สูตรหาร 500 ว่า มันเป็นเอกสิทธิ์ ตอนนี้มาถึงจุดนี้แล้ว พรรคเพื่อไทยมีชุดความคิดแบบนี้ได้อย่างไร ถึงกับข่มขู่สมาชิกรัฐสภา ตนว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
   
  เมื่อถามว่า  ในกรณีที่ฝ่ายค้านจะยื่นร้องต่อป.ป.ช.มีกฎหมายคุ้มครอง ส.ส.-ส.ว. หรือไม่ เนื่องจากพรรคเพื่อไทย ระบุจงใจฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญในเรื่องสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และมีพฤติกรรมที่ฝ่ายบริหารแทรกแซงการทำงาน นายนิโรธ กล่าวว่า ถามว่าคนที่แถลงข่าวเป็นศาลรัฐธรรมนูญหรือเปล่า เรื่องทั้งหมดต้องจบจากสภาก่อน ฝ่ายค้านไม่ได้เป็นศาลรัฐธรรมนูญอย่าข่มขู่ ตนว่าอย่าทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ผิดกฎหมายที่เที่ยวมาข่มขู่
 
    นายนิโรธ  กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.(ฉบับที่) พ.ศ.  หรือกฎหมายลูก ที่จะเข้ารัฐสภาในวันที่ 2-3 ส.ค.นี้ ว่า มีอยู่ 2 แนวทางคือ 1.ของดเว้นใช้ข้อบังคับและเลื่อนเอากฎหมายลูกเข้ามาก่อน 2.ปล่อยไปตามระเบียบวาระให้กฎหมายว่าด้วยโทษปรับเป็นพินัยคาอยู่ในสภาจบก่อน และขอเลื่อนกฎหมายลูกเข้ามา ทั้งนี้ในวันที่ 1 ส.ค. นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะนัดคุยวิปสามฝ่าย เวลา 14.30 น. เพื่อหารือแนวทางในการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 2 ส.ค.นี้
  
   เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เห็นด้วยกับสูตร 100 ทางรัฐสภาจะเดินหน้าอย่างไรต่อ นายนิโรธ กล่าวว่า กลับมาให้รัฐสภาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสูตร 100 เมื่อถามว่า กรณีการกลับไปแก้รัฐธรรมนูญเป็นบัตรใบเดียว พรรคพลังประชารัฐ คุยกันว่าอย่างไร นายนิโรธ กล่าวว่า แค่เป็นการพูดคุยกัน และไม่ใช่แค่พปชร.พรรคเดียวที่คุย แต่เป็นทุกคนที่เป็นส.ส.ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กันไป ใครชอบแบบไหน แต่ไม่ได้มีการหยิบยกเป็นเรื่องเป็นราว ตอนนี้ไกลเกินกว่าที่จะแก้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งแบบไปเดียว เพราะต้องกลับไปแก้รัฐธรรมนูญ บางคนพูดและมาอ้างพปชร. นี่เป็นการใส่ร้ายป้ายสี

     นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่พรรคฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อปปช. ภายหลังเสร็จการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี ว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทย  นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม จะยื่นประมูลโครงการบริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักตะวันออก(อีอีซี)  ส่วน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรค จะยื่นเรื่องการทุจริตเส้นทางการเงินในเรื่องของถุงมือยางมีที่การโอน ยักย้ายถ่ายเท ส่วนเรื่องอื่นๆกำลังดำเนินการ อาทิเรื่องการประปาส่วนภูมิภาค และตอนนี้กำลังจะยื่นเพิ่มอีก 4-5 ท่าน ในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นๆก็เป็นสิทธิของพรรค เพราะเราไม่ต้องรวมกันยื่นและเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะไปยื่น ปปช. ตามข้อมูลที่มีอยู่
     เมื่อถามว่า กฎหมายลูกสูตรหาร 100 และหาร 500 จะยื่นปปช.ด้วยหรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ในวันที่ 2-3 ส.ค. จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ. .... จากนั้นถึงจะเป็นกฎหมายลูก คิดว่าคงจะพิจารณาเย็นๆของวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งตนคิดว่าน่าจะจบได้ ส่วนกำหนดเวลาเราก็ไม่ทราบว่าร่างทั้ง 2 ฉบับ จะเสร็จเมื่อไหร่ แต่เชื่อว่าในรัฐสภาไม่มีเหตุผลที่จะดึงให้เกิน 180 วัน เพราะรัฐสภาจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน

     "หากผ่านวาระ 3 ไปแล้ว เราจะไปยื่นต่อ ป.ป.ช.กรณีที่สมาชิกรัฐสภาจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ โดยตอนนี้ฝ่ายกฎหมายกำลังรวบรวมอยู่ ไม่เกิน 1 อาทิตย์ยื่น  และจะไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วย
   
  เมื่อถามว่า การยื่นศาลจะทำให้เกิดการยุบสภาจะมีผลต่อการบังคับใช้หรือไม่ นายสมคิด กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน สมมุติว่าเกิดการยุบสภาและกฎหมายลูกยังไม่ออก ตนคิดว่าทางรัฐบาลสามารถดำเนินการ โดยออกราชกิจจานุเบกษา หรือราชกฤษฎีกา หรือออกข้อกำหนดโดยกกต.  ซึ่งตนได้เตือนไปว่าไม่สมควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากกฎหมายเลือกตั้งควรจะผ่านตัวแทนของประชาชน เราไม่ได้อยู่ในยุคคสช.  ไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำอย่างงั้น จะต้องให้กฎหมายลูกผ่าน ส่วนจะหารอะไรเป็นเรื่องของเสียงส่วนมาก 

    
 "ผมขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทย อะไรที่เกี่ยวข้องกับหาร 500 เราจะงดออกเสียง ยืนยันสูตรหาร 100 มาตลอด ไม่สามารถกลับไปหารอย่างอื่นได้ ส่วนแพ้ชนะเป็นเรื่องของในรัฐสภา"
   
  ที่สำนักงานปปช. สนามบินน้ำ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ส.ส.นนทบุรี ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อเอาผิด นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ,นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ,กรรมการที่ราชพัสดุ และกรรมการคัดเลือก ต่อกรณีประมูลโครงการบริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักตะวันออก (อีอีซี) ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157 ฐานเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบอย่างร้ายแรงและผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 (พ.ร.บ.ฮั้ว) เพราะไม่เปิดให้เกิดการแข่งขันในโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีอย่างเป็นธรรม
    
 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา  อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์เปิดใจก่อนเข้าร่วมประชุมวิสามัญพรรคพลังชาติไทย ครั้งที่1/2565 ที่จะมีการเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นพรรครวมแผ่นดิน ว่า เหตุผลจริงๆแล้ว ตนทำการเมืองมาได้ระยะหนึ่ง และไปเจอกับสิ่งที่เราได้เห็น และยังมีสิ่งที่เราไม่ได้ทำ ซึ่งคิดว่าหากปล่อยทิ้งไปก็จะไม่ดี อีกทั้งยังมีคนที่เราพาเข้ามาในการเมือง และตอนนี้เขาไม่มีที่พึ่ง ตนจึงต้องกลับมา หาบ้านให้เขาอยู่ให้เรียบร้อยนี่คือเหตุผล ส่วนคนที่จะมาร่วมงานด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเดิมที่ตามมาด้วย ซึ่งก็มีหลายคนที่เขาอยากเล่นการเมือง จึงมาอยู่ร่วมกันในพรรคนี้ และต้องการหาพรรคการเมืองใหม่ที่ให้ตนเป็นผู้นำ จึงขอกลับมาอีกครั้ง เพราะเราไม่ได้ทำอะไรในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
   
  เมื่อถามว่า จะมีกลุ่ม ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทยและกลุ่มพรรคเล็ก โดยเฉพาะกลุ่ม 16 เข้ามาร่วมงานด้วยหรือไม่ พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยคุยกับใครทั้งสิ้น แต่ในส่วนของพรรคพลังชาติไทยมี ส.ส.คนเดียว คือ นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ก็ได้คุยกันอยู่แค่นั้น ยังไม่เคยคุยกับคนอื่น พร้อมยืนยันว่าไม่มีการดีลกับพรรคเล็กตามกระแสข่าวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ส่วนที่สื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปลง ก็ไม่ทราบว่ามาจากใคร แต่ยืนยันว่าไม่เคยคุยกับใครแน่นอน 
   
  เมื่อถามว่า พรรครวมแผ่นดินจะเป็นพรรคอะไหล่ พรรคแตกแบงก์พันหรือไม่ พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า ไม่จริง เพราะตนมาทำทุกอย่างก็เพื่อสมาชิกพรรคเดิม ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน 
  
   จากนั้นเวลา 12.15 น. พล.อ.วิชญ์ แถลงว่า เป้าหมายของพรรครวมแผ่นดินจะเป็นพรรคขนาดกลาง เรามุ่งหวังจะเป็นพรรคที่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยตั้งเป้าจะได้ส.ส. 25 ที่นั่ง ถ้าได้จำนวนนี้ก็สามารถเป็นตัวแทนจัดตั้งรัฐบาลได้ ซึ่งเราจะไม่ส่งผู้สมัครทั้งหมด 400 เขต แต่จะส่งในพื้นที่ที่คิดว่ามีเสียงสู้ได้ อย่างพื้นที่ภาคกลางที่เราหวังปักธงได้ ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกฯ อย่าเพิ่งไปคิดตรงนั้น เรามาช่วยเรื่องการแก้ปัญหา อยากจะช่วยบ้านเมืองให้รอดพ้นจากตรงนี้ไปให้ได้ 
    
 เมื่อถามว่า พล.อ.วิชญ์จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เองหรือไม่ พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า ยังไม่คิดถึงตรงนั้น แต่หากเราไปถึงตรงนั้นได้กรรมการบริหารและสมาขิกพรรคต้องพิจารณาเรื่องนี้กันอีกครั้ง ส่วนจะลงเป็นบัญชีรายชื่อคนที่ 1 ของพรรคหรือไม่ ในทางปฏิบัติตนทำได้ แต่ในทางทฤษฎีให้คนอื่นทำไปดีกว่า อย่าไปทำเองทุกอย่าง ตนไม่ใช่คนเก่ง แต่จะทำในส่วนที่สามารถทำได้ และยืนยันว่าตนจะไม่ลงสมัคร ส.ส.