ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์เพจ Center for Medical Genomics ระบุข้อความว่า WHO แถลงการณ์: ข้อมูลที่พบจากสถานการณ์จริงของผู้ติดเชื้อทั่วโลกยังไม่พบอัตราการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตในผู้ติดเชื้อ BA.5 เพิ่มสูงขึ้น อย่างมีนัยสำคัญ (increasing severity) เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อื่น” ที่มีการระบาดมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน

WHO กำลังเฝ้าติดตาม “โอไมครอนสายพันธุ์ย่อย BA.4, BA.5, BA.2.75” และอื่นๆ

1.โอไมครอนทั้งสายพันธุ์หลักและสายพันธุ์ย่อยถือเป็นไวรัสที่น่ากังวลต้องติดตามเฝ้าระวัง (variant of concern: VOV) ทุกสายพันธุ์

2.BA.5 มีการแพร่ระบาด (transmissibility) สูงสุดในขณะนี้

3.ตรวจพบการติดเชื้อ BA.5 เพิ่มขึ้นทั่วโลก

4.แต่ไม่พบจำนวนผู้ติดเชื้อ BA.5 ที่มีอาการรุนแรงต้องเข้า รพ. หรือเสียชีวิต (severity) เพิ่มขึ้นไปมากกว่าโอไมครอนสายพันธุ์อื่น

5.เพื่อความไม่ประมาทยังจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจกรองไวรัส (ATK PCR และการถอดรหัสพันธุกรรม) เพื่อเฝ้าติดตามการกลายพันธุ์

6.ยังจะมีโควิด-19 สายพันธุ์อื่นที่จะระบาดติดตามมาเป็นระลอก (wave) ในอนาคตอย่างแน่นอนนอกเหนือไปจาก BA.5 และ BA.2.75

7.ยังมีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนที่เตรียมจากไวรัสดั้งเดิมอู่ฮั่น (วัคซีนเวอร์ชัน 2 ยังไม่มีจำหน่าย) และยังจำเป็นต้องฉีดเข็มกระตุ้นร่วมด้วย เนื่องจากสามารถป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิต (prevent severe disease) จากไวรัสโคโรนา 2019 ได้ทุกสายพันธุ์