เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน , ตม.แม่ฮ่องสอน , ทหาร และ ตชด. สนธิกำลังรวบกลุ่มขบวนการขนลำเลียงต่างด้าวจากชายแดนเพื่อส่งไปทำงานที่เชียงใหม่ รวบได้รวม 12 ราย พบมีคนมีสีอยู่เบื้องหลัง
วันที่ 9 กรกฎาคม 2565 เวลา 01.30 น.โดยการอำนวยการของ พ.ต.อ.ภาสวินท์ แก้วต่าย ผกก.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน , พ.ต.ท.สมศักดิ์ ต๊ะแดง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน , พ.ต.ท.กิติภูมิ กันจินะ รอง ผกก.ป.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน สั่งการให้ พ.ต.ท.พนัส อนุกุล สว.สส.สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน พร้อม จนท.ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน สนธิกำลังร่วม ตชด.336 , ตม.แม่ฮ่องสอน , ร้อย ร.711 ฉก.ร.7 ออกตรวจช่องทางแนวชายแดนธรรมชาติเพื่อกวดขันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโควิด 19 ในเขตพื้นที่รับผิดชอบในพื้นที่รับผิดชอบ โดยทราบจากสายลับว่าจะมีการขนแรงงานข้ามชาติจากเมียนมาเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มขบวนการดังกล่าวจะใช้เส้นทาง บนทางหลวงสาย 128 ( ถนนสายเลี่ยงเมือง ) ม.3 ต.ปางหมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน จึงได้นำกำลังไปซุ่มสกัดบริเวณดังกล่าวจนเวลา 01.30 น. ได้พบรถเป้าหมาย เป็น รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ยค 7086 เชียงใหม่ วิ่งผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสกัด จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบนายวรัท แซ่ยั้ง เลขประจำตัวประชาชน 1 6307 00068 49 2 อายุ 26 ปี ที่อยู่ 38/4 ม.11 ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เป็นคนขับ และท้ายรถซึ่งทำเป็นประทุน มีแรงงานต่างด้าวบรรทุกมาจำนวน 11 คน จึงได้ควบคุมตัว บุคคลทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 11 ราย ได้แก่1.นายอออุ่ง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 58 ปี สัญชาติเมียนมาร์ ผู้ถูกจับสามารถฟัง และเข้าใจคำในภาษาไทย โดยไม่ต้องอาศัยล่ามแปล , 2.นายกู่ ไม่มีชื่อสกุล อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมาร์ , 3.นายหลาว ไม่มีชื่อสกุล อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมาร์ , 4.นายก๋อน ไม่มีชื่อสกุล อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมาร์ , 5.นายจายแสง ไม่มีชื่อสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมาร์, 6.นายนาวิน ซฮยะ อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมาร์ , 7.นายปี ไม่มีชื่อสกุล อายุ 26 ปี สัญชาติเมียนมาร์ , 8.นายจ๋อม ไม่มีชื่อสกุล อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมาร์ , 9.นายโหง่ย ไม่มีชื่อสกุล อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมาร์ , 10.นางสาวเปาหอม ไม่มีชื่อสกุล อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมาร์ และ 11.นางสาวแสงเล็ก ไม่มีชื่อสกุล อายุ 18 ปีเศษ สัญชาติเมียนมา
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมระบุว่า กลุ่มขบวนการดังกล่าว มีคนมีสี ยศสัญญาบัตรอยู่เบื้องหลัง โดยมีการใช้ยานพาหนะเป็นรถ โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ สีดำมาลาดตระเวนและนำทาง โดยแรงงานต่างด้าว ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าเชื้อสายไทใหญ่ ในรัฐฉาน สหภาพเมียนมาร์ ใช้เส้นทางจากเมืองชั้นใน ในรัฐฉาน และเดินเท้าจากบ้านหัวเมือง เขตรัฐฉานตรงข้ามช่องทางบ้านห้วยผึ้ง ต.ห้วยผา อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน โดยใช้วิธีเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ พื้นที่บ้านห้วยส้านใน ต.ห้วยผา อ.เมือง , บ้านดอยคู ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า และ บ้านปางคอง ต.นาปู่ป้อม อ.ปางมะผ้า จากนั้นจะมีรถไปรับมาขึ้นรถอีกทอดที่บริเวณที่ทำการ อบต.นาปู่ป้อม ฯ บริเวณทางแยกทางหลวงหมายเลข 1095 บ้านน้ำของ อ.ปางมะผ้า จากนั้นก็จะ ลำเลียงต่างด้าวเข้ามาในตัวเมือง โดยใช้ถนนสายเลี่ยงเมือง พื้นที่ ต.ปางหมู อ.เมือง ฯ จากนั้นจะใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 128 วิ่งผ่าน ทางหลวงหมายเลข 108 ไปที่บ้านหัวน้ำแม่สะกึด จากนั้นใช้เส้นทางสายบ้านหัวน้ำแม่สะกึด – บ้านห้วยปูลิง ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง - บ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่
การดำเนินการจับกุมดังกล่าว หน่วยในพื้นที่ ได้ปฏิบัติตามนโยบายของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ให้หน่วยงานความมั่นคง เพิ่มความเข้มในการเฝ้าระวังพื้นที่ตามแนวชายแดนเพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.(หน.มค.) จึงกำชับให้ ตร.ทุกหน่วยดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล ในการเข้มงวดพื้นที่ตามแนวชายแดนในความรับผิดชอบ ตำรวจภูธรภาค 5 โดย พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5 ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 สั่งการกำชับให้หน่วยในสังกัด ภ.5 ดำเนินการตามสั่งการโดยเคร่งครัด
ภ.จว.แม่ฮ่องสอน โดย พล.ต.ต.พิชญา บุญขจร ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.วรวุฒิ ปานขาว รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ธำรง จิกิตศิลปิน รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน, พ.ต.อ.ดร.สังเวียน อินตากูล รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน พ.ต.อ.ศิริพงศ์ ศรีทันฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน,พ.ต.อ.กิตติภูมิ เอกสิงหชัย รอง ผบก.ภ.จว. แม่ฮ่องสอน จึงได้มีการหาข่าวและประสานงานข่าวกับทาง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองแม่ฮ่องสอน และสามารถจับกุมขบวนการดังกล่าวได้