ศาลปกครองสูงสุดมีคำส่งรับฟ้องหลังพบมูลความผิดสรรหาอธิการบดี มข.คนปัจจุบัน ขณะที่องค์การนักศึกษา ออกมาปกป้องศักดิ์ศรีมหาวิทยาลัย วอนผู้บริหารให้ความชัดเจน โปร่งใส ต่อสังคม พร้อมเรียกร้องให้คณะผู้บริหารชุดปัจจุบันแสดงสปิริตหลังศาลมีคำสั่งออกมาแล้ว

วันที่ 24 มิ.ย.2565 เวลา 15.00 น.ที่ร้านคอฟฟี่เดอล่า สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น นายวชิรวิทย์  เทศศรีเมือง หรือ เซฟ แกนนำกลุ่มขอนแก่นพอกันที ในฐานะประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมคณะผู้บริหารสภานักศึกษาฯ ร่วมหารือกันภายหลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้อง คดีหมายเลขดำที่ บ.271/2561 และคดีหมายเลขแดงที่ บ.259/2561 ลงวันที่ 21 มิ.ย.2565 ระหว่างผู้ฟ้องคดีคือ ศ.ดร.อภิรัฐ  ศิริธราธิวัตร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มข.กับผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คือมหาวิทยาลัยขอนแก่น,ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 คือสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นและผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 คือ คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่ามกลางความสนใจจากนักศึกษา คณาจารย์ พนักงาน เจ้าหน้าที่ รวมไปถึงชาวขอนแก่นจากคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดดังกล่าวอย่างมาก

นายวชิรวิทย์  เทศศรีเมือง  ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวที่ออกมา เป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจแม้ที่ผ่านมา บริหารของมหาวิทยาลัยจะปิดเงียบ แต่วันนี้ความจริงก็ปรากฏจากประเด็นของการสรรหาอธิการบดีคนปัจจุบันโดยมิชอบ ซึ่งในการสรรหาอธิการบดี เมื่อปี 2561 ซึ่งมีการลงคะแนนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งพบว่าผู้ร้อง นั้นมีคะแนนมาเป็นอันดับที่ 1 แต่เมื่อถึงรอบคณะกรรมการสรรหา ปรากฏว่าไม่มีชื่อของผู้ร้องเข้าสู่กระบวนการสรหา ทั้งที่ได้รับเลือกตั้งเป็นลำดับที่ 1 และในที่สุดคณะกรรมการสรรหาก็มีมติเลือกคณบดีคนปัจจุบัน ทำให้เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความไม่พอใจและความไม่ถูกต้องอย่างมาก  ที่ลงคะแนนเลือกตั้งแต่คนที่ได้รับเลือกเป็นอธิการบดีไม่ได้เป็นคนที่ได้รับการเลือกตั้งจึงเป็นประเด็นฟ้องร้องกันเกิดขึ้น

“ วันนี้มีความชัดเจนแล้วว่าศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาคำร้องจากการยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลท่านได้พิจารณาแล้วพบว่ามีมูลความผิดจึงมีการคำรับฟ้องในการเอาผิดผู้ถูกร้องทั้ง 3 คน รวมทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายอีกรวม 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดความเคลือบแคลงใจและสงสัยอย่างมากของนักศึกษาว่าทำไมเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้จึงเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยที่ได้ชื่อว่าเป้นมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยและมหาวิทยาลัยที่อุทิศตนเพื่อสังคม จึงถึงเวลาที่มหาวิทยาลัย สภามหาวิทยาลัย คณะผู้บริหารและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกส่วนจะต้องมาชี้แจง และแสดงถึงความโปร่งใสในประเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจะเก็บเรื่องนี้ไว้แบบเงียบๆไม่ได้แล้ว”นายวชิรวิทย์ กล่าว

ประธานสภานักศึกษา มข. กล่าวต่ออีกว่า แม้ตนเองและนักศึกษาจะไม่ใช้ผู้ฟ้องคดี แต่นักศึกษาทุกคนต้องมีสิทธิ์ที่จะรู้และรับทราบในเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะผู้บริหารสูงสุดของมหาวิทยาลัยคืออธิการบดี มข. ดังนั้นเมื่อศาลรับคำฟ้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปคงว่ากันตามคดีที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่สังคมอยากรู้คือจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ผู้บริหารชุดปัจจุบันควรออกมาพูดหรือแสดงสปิริตจากสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ ซึ่งแม้ขณะนี้จะยังไม่ปรากฏว่าใครผิดใครถูกเพราะอยู่ในขั้นตอนของศาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มหาวิทยาลัยถูกฟ้องร้องทางคดีและเรียกค่าเสียหายมากถึง 10ล้านบาท เรื่องจะเงียบเฉยไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งนักศึกษาจะมีการยื่นตรวจสอบจริยธรรมและยื่นเรื่องเพื่อขอความชอบธรรมและความถูกต้องในคดีที่เกิดขึ้นกับคณะกรรมมาธิการคณะต่างๆของสภาผู้แทนราษฎร ตามขั้นตอนต่อไปอีกด้วย