กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยกชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด เป็นต้นแบบสถาบันเกษตรกรสามารถพัฒนาผลผลิต สามารถพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจ ผลิตพืชผักปลอดภัย และรวบรวมสินค้าเกษตรที่ได้มาตรฐาน GAP และ GMP สร้างเครือข่ายการตลาด พร้อมจับมือ Big C นำพืชผักผลไม้จากภาคเหนือขึ้นห้าง หวังกระจายผลผลิตปลอดภัยสู่ผู้บริโภค และช่วยสร้างรายได้และคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสมาชิกสหกรณ์อย่างมั่นคง

วันที่ 22 มิ.ย.65 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือจัดซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ระหว่าง บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กับ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด  ณ ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาพระราม 4 เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายระพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ คณะผู้บริหารบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) คณะกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด และผู้แทนสหกรณ์  ให้การต้อนรับ 
ทั้งนี้ ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ครั้งนี้ มีผู้แทนชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด โดย นายพิศณุ ไชยนิเวศน์ ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด และนายเมือง พรหมอย่า เลขานุการ ร่วมลงนามกับ ผู้แทนบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) โดย นายปฐพงศ์ เอี่ยมสุโร ประธานเจ้าหน้าที่ ฝ่ายการพาณิชย์ นางวิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานกรรมการบริหารคนที่ 1 และนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดี กรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงนามเป็นสักขีพยานฯ

“การลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ครั้งนี้จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเกษตรกรในภาคเหนือทั้ง 9 จังหวัด ให้มีตลาดรองรับสินค้าเกษตรที่แน่นอน สามารถสร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดี ขอชื่นชมรูปแบบการบริหารจัดการและการช่วยเหลือเกษตรกรของผู้บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ที่เล็งเห็นความสำคัญตลาดปลายทาง และมีช่องทางการจำหน่ายให้กับเกษตรกร ซึ่งจะเป็นการสร้างความยั่งยืนในอาชีพให้แก่เกษตรกร และเป็นการสร้างความร่วมมือที่จะสามารถเกิดประโยชน์ได้ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจะเป็นการยกระดับสินค้าเกษตร ให้ได้รับการยอมรับ และสร้างการรับรู้ไปยังประชาชน ผู้บริโภคทั่วไป และขอเชิญชวนให้พี่น้องเกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรกรปลอดภัย มีคุณภาพ ใส่ใจในสุขภาพของผู้บริโภค และตลาดปลายทางที่รับสินค้าของเกษตรกรไปขาย จะมีสินค้าคุณภาพที่ดี และประชาสัมพันธ์เพื่อขายให้กับลูกค้า และผู้บริโภคได้อย่างมั่นใจ” รมช.มนัญญา กล่าว 

ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ผลิตรวบรวมและจำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและมีมาตรฐาน GAP และ GMP รวมถึงประสานช่องทางการตลาดเพื่อพัฒนาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร พร้อมทั้งส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาดโดยขบวนการสหกรณ์ ซึ่งจะเป็นการยกระดับความสามารถในการบริหารจัดการของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ และกรมส่งเสริมสหกรณ์ยินดีที่จะให้การสนับสนุนสถาบันเกษตรกรเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการจัดซื้อผลผลิต และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด จะเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพผลผลิตและเกิดการต่อยอดไปยังสถาบันเกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป

จากนั้น รมช.มนัญญา และคณะ เดินเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้าของชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด ได้แก่ สินค้าผัก ผลไม้ที่มีการซื้อขายกับบิ๊กซี สินค้าเกษตรแปรรูปที่ต้องการเสนอขายเพิ่มเติม เช่น อินทผาลัมแดง/ส้ม/เหลือง แก้วมังกร สับปะรดภูแล ฝรั่งออร์แกนิค เสาวรสพันธุ์หม่าเทียนซิง สับปะรดพันธุ์กรีนปัตตาเวีย และสินค้าผักผลไม้อื่นๆ พร้อมทั้งได้เยี่ยมชมสินค้าแปรรูปของสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกรในเขตภาคเหนือที่นำมาร่วมจัดแสดง อาทิ ซอสพริก น้ำพริกเผา พริกป่น จากสหกรณ์การเกษตรปฏิรูปที่ดินท่าวังผา จำกัด จังหวัดน่าน ไส้อั่วปลานิล ปลานิลแดดเดียว จากสหกรณ์ประมงพาน จำกัด จังหวัดเชียงราย สับปะรดกวน เครกเกอร์สับปะรด น้ำยางล้างจาน จาก สหกรณ์ผู้ปลูกสับปะรดลำปาง จำกัด จังหวัดลำปาง ลำไยอบแห้ง กล้วยหอมอบนุ่ม มะม่วงอบแห้ง จากสหกรณ์การเกษตรประตูป่า จำกัด จังหวัดลำพูน นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมสินค้าแปรรูปที่ได้รับมาตรฐานพร้อมเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรดของเครือข่ายสหกรณ์ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ กาแฟคั่วเมล็ด กาแฟดริป ของสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด นม ยูเอช ที ของสหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด ไข่ไก่สด เต้าหู้ไข ไส้กรอกไข่ขาว ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่เชียงใหม่-ลำพูน จำกัด และเยี่ยมชมสินค้าของเกษตรกรรุ่นใหม่จากจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย และลำปางที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร นำมาจัดแสดงเพื่อเชื่อมโยงการตลาด เช่น กระเทียมดอง เคลผง ข้าวออร์แกนิค กล้วยตาก  กล้วยฉาบ และสมุนไพรลูกประคบ และสบู่รังไหม

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการความร่วมมือจัดซื้อผลผลิตจากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ระหว่าง บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กับ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด ในครั้งนี้ มีวัตุประสงค์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำการตลาดนำการผลิตระหว่างคู่ค้า บิ๊กซี และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด เป็นการส่งเสริม พัฒนาผลผลิตและการปรับปรุงคุณภาพของสมาชิกชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคต่อสินค้าทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจน รวมทั้งเป็นการสร้างตลาดซื้อขายผลผลิตล่วงหน้า ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ โดยบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) มีนโยบายในการสนับสนุนสินค้าของเกษตรกรภายในประเทศ โดยรับซื้อตรงจากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร  พร้อมทั้งจะสนับสนุนให้ศูนย์สินค้าเกษตรภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ ให้เป็นแหล่งรวบรวมและกระจายสินค้าเกษตรของเกษตรกรในภาคเหนือตอนบน 9 จังหวัด ซึ่งที่ผ่านมา ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำกัด ได้ดำเนินการรวบรวมผลผลิตผักจัดส่งจำหน่ายให้บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เริ่มตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน จำนวน 7,700 ตัน มูลค่ากว่า 351 ล้านบาท