ทหารหน่วยเฉพาะกิจ  กรมทหารราบที่ 25 กองกำลังเทพสตรี  รวบรถกระบะตู้ทึบ  ซุกแรงงานต่างด้าว 27 ราย จับคนไทยนำพาได้  2 ราย  ลูกน้องคนขับยืนยัน ลูกพี่คนขับบอก  คืนนี้เส้นทางปลอดภัย  ทหารเค้าเชียร์ฟุตบอลไทยกับมัลดีฟส์  

เมื่อวันที่  8 มิถุนายน 2565  เวลา 20.00 น.    พันเอก ภูมิพัฒน์  บุญเรืองขาว  ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25  กองกำลังเทพสตรี  ได้รับรายงานด่วนจากสายข่าวว่า   มีการขนแรงงานชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  ด้วยการใช้รถยนต์กระบะ ขนส่งผลิตภัณฑ์ ลักษณะตู้ทึบ ในการขนแรงงานเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่    โดยใช้เส้นทาง ถนนทางหลวงชนบท  ผ่านแนวเทือกเขาเข้าทางพื้นที่ อ.ละอุ่น เพื่อข้ามไปยัง อ.สวี จ.ชุมพร  จึงสั่งการให้ ทหารกองร้อย ร.2521  สนธิกำลังร่วม  ชป.พิเศษ กกล.เทพสตรี เข้าวางกำลังเข้ม   ที่ด่านตรวจความมั่นคง อ.ละอุ่น จ.ระนอง   และซุ่มพราง ริมถนนก่อนถึงด่านตรวจ พื้นที่ บ.ในวงเหนือ ม.2 ต.ละอุ่นเหนือ อ.ละอุ่น จ.ระนอง    เพื่อนำพาแรงงานชาวเมียนมา  ลงเดินลัดเลาะตามภูมิประเทศป่าเขา เพื่ออ้อมจุดตรวจทหาร และกลับขึ้นรถอีกทอดหนึ่ง  เพื่อเดินทางเข้าพื้นที่จังหวัดชั้นใน   

ซึ่งในเวลาต่อมา  พบรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ผผ 3824 สงขลา  ตู้ทึบทรงสูง  ขนส่งพัสดุภัณฑ์   ได้เข้ามาจอดยังพื้นที่เป้าหมาย ที่คาดการณ์ไว้  ขณะเจ้าหน้าที่จะเข้าทำการแสดงตัวเข้าจับกุม  มีชายที่นั่งด้านหน้าซ้ายข้างคนขับ ซึ่งถูกจับกุมในเวลาต่อมา  ได้ลงมาทำหน้าที่เปิดประตูตู้ทึบ  เพื่อให้ชาวเมียนมาลงจากรถ  โดยจะมีผู้นำพาวัยรุ่นในพื้นที่ นำพาเดินอ้อมด่านตรวจทหาร      เมื่อแรงงานทั้งหมดจำนวน  27  ราย เห็นทหารจะเข้าจับกุม กลุ่มคนทั้งหมดได้วิ่งลงจากรถยนต์กระบะคันดังกล่าว วิ่งหลบหนีกระจัดกระจาย เข้าไปในป่า   ลงเขาข้ามลำห้วยต้นแม่น้ำละอุ่น   ไปแอบซ่อนตัวตามกอไผ่  และพุ่มไม้ต่างๆ    แต่เจ้าหน้าที่ได้ติดตามท่ามกลางความมืด  เพราะยังหลบหนีไปได้ไม่ไกล   รัศมีไม่เกิน 50 เมตร  พร้อมให้ล่ามส่งภาษาว่า  ไม่ต้องหลบหนี  เจ้าหน้าที่ไม่ทำร้ายใคร   เดี๋ยวจะหลงป่า ช้างจะเหยียบเอา  จนสามารถรวบรวมแรงงานชาวเมียนมา  ได้ทั้งหมด จำนวน 27 คน เป็น ชาย 22 คน หญิง 5 คน  ที่ยืนอัดแน่นกันมาในรถก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่เข้าทำการจับกุม    ส่วนกระบวนการขนแรงงานต่างด้าว สามารถควบคุมคนไทยได้  2  ราย  เป็นลูกน้องคนขับรถ อายุ 20  ปี    และอีกคนเป็นวัยรุ่นในพื้นที่เกิดเหตุ  อายุ 17 ปี  ที่ถูกว่าจ้างให้มาเดินนำพาเข้าป่าเพื่ออ้อมด่านตรวจทหาร    ส่วนคนขับรถยนต์กระบะตู้ทึบ  ได้วิ่งหลบหนีหายไปไม่ยอมมอบตัว   แต่ทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อสกุลแล้ว 
 
สอบถามแรงงานชาวเมียนมา 27 คน ให้การว่า ตนได้เดินทางมาจากยะไข่ในประเทศเมียนมา  ก่อนจะเดินทางข้ามมาฝั่งประเทศไทยด้วยเรือหางยาว จำนวน 2 ลำ เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา  และมีรถตู้ทึบมารับจากริมฝั่งช่องทางธรรมชาติ  เพื่อเดินทางต่อ   มีเป้าหมายทำงานที่ประเทศมาเลเซีย 2 คน โดยจ่ายค่านายหน้าให้นายหน้าชาวเมียนมา 30,000 บาท และ อีก25  คน จะไปทำงานที่ จ.ชุมพร เสียจ่ายค่าคนละ 15,000 บาท

ส่วนลูกน้องคนขับ  คนทำหน้าที่เปิดปิดประตูรถตู้ทึบ ยอมรับว่า ตน ทำหน้าที่นั่งข้างคนขับ โดยเป็นคนเปิดปิดประตูให้ชาวเมียนมาขึ้นและลง  โดยลูกพี่บอกคืนนี้เส้นทางปลอดภัย  ทหารเชียร์บอลไทยกับมัลดีฟส์  คงไม่ตรวจเข้ม  และรถกระบะตู้ทึบเรา  เมื่อผ่านด่านตรวจ จะตรวจไม่พบอะไร  ให้บอกกลับมาจากส่งของที่จังหวัดระนอง  พอผ่านด่านตรวจไปได้ คนนำทางเดินเท้า  ก็จะพาแรงงานมาส่งขึ้นรถเพื่อเดินทางเข้าจังหวัดชุมพร    

 ก่อน นำส่งตัวทั้งหมด ให้กับ ร้อยเวร พงส.สภ.ละอุ่น   พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา  ผู้นำพาชาวไทยทั้ง 2  ราย   ในความผิดฐาน  "ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รอดพ้นจากการจับกุม ( มาตรา 64 พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522)และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติคต่อ พ.ศ.2558"    ส่วนแรงงานชาวเมียนมา ทั้ง  27 ราย  แจ้งข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าว เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร โดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติดามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุม โรคติดต่อ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ พ.ศ. 2558"