ที่ จ.สุพรรณบุรี วันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคุณ สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ร่วมกับ พ.ต.ท.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. ร.ต.ท.สันติ พงษ์สุวรรณ รอง สว.(สส.) ตม.จ.สุพรรณบุรรี กอ.รมน.จ.สุพรรณบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปลาม้า สกัดจับรถกระบะขนแรงงานต่างด้าวได้ผู้ต้องหา 2 คนและต่างด้าวชาวโรฮิงญา 16 คนเป็นเยาวชนอายุระหว่าง 12- 16 ปีเป็นชาย 9 คนหญิง 7 คน
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กองกำกับการ 1และ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้มีการกวดขันจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าว บนถนนทางหลวงหมายเลข 340 ในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี อยู่บ่อยครั้ง จึงได้บูรณาการร่วมกันสืบสวนและตรวจสอบการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในพื้นที่ชั้นใน และทราบว่าขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวน่าจะใช้เส้นทางสายรองลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าสู่พื้นที่
ขณะที่เจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบเส้นทางมาบริเวณ กม.34-35 ต.ไผ่กองดิน อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พบพบรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อ อีซูซุ ดีแมคซ์ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 6289 กรุงเทพมหานคร ขับอยู่บนถนนจึงส่งสัญญาณให้จอดเพื่อตรวจสอบ แต่รถกระบะ คันดังกล่าวได้พยามขับหลบหนี มุ่งหน้าเข้า อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปอย่างกระชั้นชิดเมื่อถึงสะพานแยกบ้านสุด รถกระบะคันดังกล่าวได้เลี้ยวรถลงไปกลับรถใต้สะพาน แต่รถเสียหลักตกลงไปในคลอง เจ้าหน้าที่จึงรีบเข้าตรวจสอบพบในกระบะมีซาแลนสีดำปิดคลุมไว้ในกระบะมีแรงงานต่างด้าวอยู่เต็มกระบะ จึงคุมตัวทั้งหมดรวม 18 คนมาสอบสวนทราบว่าคนขับชื่อ นายสหรัฐ เทพณรงค์ ชาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และ น.ส.ชญามล สมปาน ภรรยา ชาว จ.แพร่ ซึ่งนั่งคู่มากับนายเทพณรงค์ และแรงงานต่างด้าวชาวโรฮิงญา อายุ ระหว่า 12-16 ปี รวม 16 คนเป็นชาย 9 คนหญิง 7 คน ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใดๆ จากการตรวจสอบทะเบียนรถกระบะป้ายแดงพบเป็นแผ่นป้ายทะเบียนปลอม ส่วนแผ่นป้ายทะเบียนจริงคือ บย 4761 แพร่
สอบสวนนายสหรัฐ ให้การว่า ได้รับการประสานทางโทรศัพท์จากนายเล็ก ไม่ทราบนามสกุล ให้ขับรถไปรับแรงงานต่างด้าวที่ อ.บ้านตาก จ.ตาก ได้รับค่าจ้างเป็นรายหัวหัวละ 500 บาท โดยให้นำแรงงานต่างด้าวจำนวนดังกล่าวมาส่ง ในป่าข้างทางพื้นที่ เขต จ.นนทบุรี จากนั้นจะมีคนมารับช่วงต่อโดยทำมาแล้วประมาณ 4-5 ครั้ง แต่ละครั้งที่มีขนแรงงานต่างด้าว จะมีการสร้างไลน์กลุ่ม ชื่อว่า Felicity มีรถสำรวจเส้นทางล่วงหน้าเพื่อดูว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ช่วงไหน ก่อนจะแจ้งให้รถที่บรรทุกแรงงานต่างด้าวเปลี่ยนเส้นทางป้องเพื่อไม่ให้ถูกจับ ซึ่งแต่ละคันจะขับตามกันมาโดยทิ้งระยะห่างกันประมาณ 6-7 กิโลเมตร ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันมีรถที่ขนต่างด้าวมาด้วยกัน 4 คัน เมื่อมาถึงบริเวณสามแยกสาลี รถต้นทางได้แจ้งว่ามีรถตำรวจทางหลวงอยู่ บริเวณ ทางหลวงสาลี จึงเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าไปทาง อ.บางซ้าย แต่พอไปถึง สะพาน บ้านสุดก็พบรถตำรวจทางหลวงอยู่บนสะพาน จึงรีบเลี้ยวเลาะข้างสะพานเพื่อกลับรถ แต่รถที่ขับมาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักพุ่งลงไปในคลอง และถูกจับดังกล่าว ส่วนป้ายทะเบียนป้ายแดงตนได้ซื้อมาเมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อน ทางอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาติดรถคันก่อเหตุเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่
ทางด้านเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพได้ร่วมกันตรวจสอบและสอบสวนหาข้อมูล ก่อนจะสรุปส่งให้ศาลพิจารณาให้ส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการ เบื้องต้นได้แจ้งข้อหานายสหรัฐ ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม, นำคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการถูกจับกุม นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป
ทางด้าน พ.ต.อ.ขวัญชัย พัฒรักษ์ ผกก.สภ.บางปลาม้า เปิดเผยว่าจากจับกุมแรงงานต่างด้าวครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 1และ กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้มีการกวดขันจับกุมขบวนการขนแรงงานต่างด้าว บนถนนทางหลวงหมายเลข 340 ในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี อยู่บ่อยครั้ง จึงได้บูรณาการร่วมกันสืบสวนและตรวจสอบการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในพื้นที่ชั้นใน และทราบว่าขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวน่าจะใช้เส้นทางสายรองลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าสู่พื้นที่ โดยแรงงานดังกล่าวมาจาก เมืองยะไข่ ลักลอบเข้ามาทง อ.แม่สอด จ.ตาก โดยมีนายหน้ารับช่วงต่อเพื่อนำไปส่งประเทศมาเลเซีย มีค่าหัว ล้านจ๊าด โดยจ่ายล่วงหน้าก่อนครึ่งหนึ่ง และผู้ต้องหาได้ขับรถไปรับเพื่อนำไปส่งที่ อ.ลาดบัวหลวง หรือ พื้นที่ จ.นนทบุรี แต่มาถูกจับได้ในพื้นที่ อ.บางปลาม้า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลหาตัวผู้บงการและผู้ที่ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีต่อไป


