ดนตรี / รุ่งฟ้า ลิ้มหัสนัยกุล

การที่ศิลปินเพลงต่างชาติสักคนหนึ่งเข้าไปประสบความสำเร็จในอีกประเทศหนึ่งด้วยภาษาถิ่นหรือภาษาราชการของประเทศนั้นๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งทำได้ถึงขนาดที่ว่าเปิดตัวในฐานะศิลปิน (เดี่ยว) หน้าใหม่ที่ทำยอดขายได้มากกว่าห้าแสนชุดภายในสองวันด้วยแล้ว...ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

แต่นักร้องสาวลูกครึ่งไทย-ไต้หวันคนนี้ทำได้ กับอัลบั้ม How’s the Weather Today? เมื่อปี 2020

เธอชื่อ เกวลิน บุญศรัทธา หรือที่เมืองจีน รู้จักเธอในนาม หยางหยุนฉิง หรือ ซันนี่ หยาง

ย้อนหลังไปเมื่อสิบปีที่แล้ว ก่อนหน้าจะมายืนอยู่ที่จุดนี้ เธอมีความฝัน และไล่ตามฝันนั้นจนกลายเป็นความจริง จากเด็กหญิงวัย 14 จากเมืองสมุทรสาคร เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งร้องเพลงภาษาจีนที่เมืองฝูเจี้ยน ปีถัดมา เด็กสาวตัดสินใจบินไปอยู่ไต้หวันตามคำชวนของผู้จัดการศิลปินชาวไต้หวันที่พบกันตอนประกวด อายุ 18 เปิดตัวในฐานะสมาชิกเกิร์ลปรุ๊ป เอ’เอ็น’ดี (แอนเจล แอนด์ เดวิล) พร้อมกับย่างเท้าเข้าสู่วงการแสดง มีซีรี่ส์ออกมาให้ชมกันสองเรื่อง จากนั้น เข้าร่วมแข่งขันรายการ โปรดิวซ์ 101 ฉบับที่จัดในจีนแผ่นดินใหญ่ (ต้นตำรับเป็นของเกาหลีใต้) เมื่อปี 2018 ตอนนี้เองที่ชื่อ หยางหยุนฉิง หรือ ซันนี่ เริ่มกลายเป็นชื่อสามัญประจำบ้าน ด้วยภาพลักษณ์แบบทอมบอย บวกกับความสามารถทางการแสดงรอบด้านทั้งร้องและเต้น ทำให้เธอได้รับคะแนนโหวตสูงสุดเป็นอันดับ 8 จาก 11 คน และได้ออกอัลบั้ม Collide ร่วมกับสาวๆอีกสิบคนในนาม ร็อคเก็ท เกิร์ลส์ 101 ประสบความสำเร็จทีเดียว

สองปีหลังครบสัญญาที่เซ็นไว้ ซันนี่ ก็ออกเดินทางบนถนนดนตรีต่อด้วยการเป็นศิลปินเดี่ยวกับ ยูนิเวอร์แซล มิวสิค เกรเทอร์ ไชน่า มี How’s the Weather Today? เป็นงานชุดแรก 2020 ติดอันดับ 8 อัลบั้มขายดีของปีนั้น

ปีที่แล้ว ซันนี่ มีอัลบั้มชุดสอง 秘ME งานเพลงซี-ป็อปยุคใหม่ที่ผสมดนตรีหลากแนวเข้าด้วยกันตามสมัยนิยม บนดนตรีป็อปพื้นฐานมีร็อค, อาร์แอนด์บี และฮิป-ฮ็อปสอดผสาน บางทีก็มีสำเนียงท้องถิ่นปนเข้ามาบ้างพอเป็นกลิ่น อารมณ์รวมๆเป็นงานเพลงที่ฟังเพลินๆ สบายๆ ซันนี่ เปิด-ปิดอัลบั้มด้วยเพลงจังหวะคึกคัก (“Want To” และ “On and On”) แต่ระหว่างทางนั้นเน้นหนักไปเพลงจังหวะกลางๆถึงช้ามากอยู่สักหน่อย-โดยเฉพาะตั้งแต่เพลงที่ 5-8 สี่เพลงรวด ที่สีเพลงใกล้เคียงคล้ายคลึงกันและไม่มีเพลงไหนโดดเด่นขึ้นมาเด่นชัด ทำให้อารมณ์ช่วงนั้นนิ่ง-เนิบไปนิด แม้จะมี เจน นีโอ นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวสิงคโปร์มาร่วมร้องใน “Can’t Go Back” ก็ตามที ไม่ใช่ว่าเพลงช้าของ ซันนี่ จะไม่ดี ไม่ไพเราะ แต่พอมากองอยู่รวมกันกลับไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างที่คิดเท่าไหร่

ซันนี่ ทำหน้าที่ในฐานะนักร้องได้น่าชื่นชม ทั้งเพลงเร็วเพลงช้า จะแร็ปสนุกหรือร้องอารมณ์ลึก ส่วนตัวคิดว่าเพลงเร็วในอัลบั้มชุดนี้มีความน่าสนใจกว่าเพลงช้า ไม่ว่าจะเป็น “Want To” ที่มีกลิ่นอายดนตรีท้องถิ่นอวลอยู่ในส่วนจังหวะ ทำออกมาได้ลงตัวกลมกล่อม และทันสมัย เสียงหวานๆ ฟุ้งๆ ของเธอก็ทำให้เพลงนี้มีอะไรน่าค้นหา หรือ “Gimme Gimme” เพลงร็อก/ฮิป-ฮอปสนุกๆ ขณะที่ “On and On” เป็นป๊อปน่ารักฟังสบายปิดท้ายอัลบั้มไปด้วยอารมณ์เบาๆ

สิบปีก่อน ซันนี่ ไล่ตามความฝันของเธอด้วยการมุ่งมั่นเอาจริงกับการเป็นนักร้อง (ในต่างแดน)

สิบปีต่อมา ซันนี่ คว้าความฝันนั้นไว้มั่นคงด้วยความสามารถและความไม่ยอมแพ้

ขอขอบคุณภาพจาก: ยูนิเวอร์แซล มิวสิค