"โฆษกพปชร." แจงป้าย "ประวิตร" ไร้การเมืองแอบแฝง แค่อวยพรประชาชนเดินทางกลับช่วงสงกรานต์ ด้านอดีตส.ส.ปชป.ระบุป้าย“ลุงป้อม” พรึบ! เป็นสัญญานทางการเมือง 3 ข้อ ขณะที่"ศรีสุวรรณ" ยื่นหนังสือ “ปปช.” เร่งสอบ 10 ส.ส. ปมครอบครองที่ดินส.ป.ก.
เมื่อวันที่ 10 เม.ย.65 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า “ช่วงนี้ถ้าใครเดินทางโดยรถยนต์ จากกรุงเทพกลับต่างจังหวัด เพื่อฉลองเทศกาลสงกรานต์ ก็จะเห็นป้าย Billboardอยู่ 2 ข้างทาง ตลอดเส้นทางบนถนนทั่วประเทศ ที่มีภาพป้ายขนาดใหญ่ สวัสดีปีใหม่ไทย ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พล.อ.ประวิตร ได้เปิดตัวบน Billboard ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งน่าจะมีนัยยะทางการเมืองบางประการ เช่น1.เป็นการแสดงภาวะผู้นำในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐตัวจริง และเป็นผู้คุมอำนาจในพรรคพลังประชารัฐอย่างเบ็ดเสร็จ
2.เป็นการสร้างกระแสเพื่อข่มพรรคสำรอง ที่กำลังจัดตั้งขึ้นมาหลายพรรค ที่ต้องการสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรี อีก1สมัย3.เป็นการกดดันพล.อ.ประยุทธ์ให้เชื่อมั่นในพรรคพลังประชารัฐ โดยไม่คิดปันใจไปให้พรรคการเมืองอื่น เสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป
การปรากฏภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บน Billboard ในครั้งนี้ เป็นการสื่อความหมายทางการเมืองอย่างปฎิเสธไม่ได้ เพราะโดยปกติพล.อ.ประวิตรไม่ใช่คนที่อยากเปิดตัวต่อสาธารณชนมากนัก และโดยบุคลิกและภาพลักษณ์ของพล.อ.ประวิตร ก็ไม่ได้เป็นจุดขาย หรือตัวชูโรงทางการเมือง เพื่อเรียกคะแนนนิยมจากประชาชนได้มากนัก จุดขายของพรรคพลังประชารัฐในการเลือกตั้งที่ผ่านมาอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียวเท่านั้น
แต่ด้วยความจำเป็นและเหตุผลทางการเมืองพล.อ.ประวิตรและพรรคพลังประชารัฐ จึงจำเป็นต้องทุ่มเงินจำนวนมาก เพื่อทำ Billboard ติดตั้งทั่วประเทศ และใช้โอกาสในเทศกาลวันสงกรานต์ปีใหม่ไทย เคลื่อนไหวทางการเมืองแบบเนียนๆ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด และเป็นประเด็นทางการเมืองให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้”
น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวกรณีการขึ้นป้ายอวยพรเทศกาลสงกรานต์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ว่า เป็นเพียงการแสดงความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา ไม่มีเจตนาแอบแฝงทางการเมืองแต่อย่างใด ความสัมพันธ์ของ 3 ป. ที่ยังคงแนบแน่น ไม่มีรอยร้าว อย่างที่ถูกฝ่ายการเมืองบางกลุ่มพยายามบิดเบือน และพร้อมทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนและบ้านเมืองต่อไป ตนย้ำว่าแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐยังคงเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เหมือนเดิม
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการติดป้ายอวยพรเทศกาลสงกรานต์ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จำนวนมาก จนมีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการหาเสียงเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้หรือไม่ ว่า การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าไม่มีใครรู้ เพราะยังไม่มีข้อสรุป ทั้งนี้ การปักป้ายตามที่ต่างๆ คิดว่า พล.อ.ประวิตร คงอยากอวยพรเทศกาลสงกรานต์ และประชาสัมพันธ์พรรคพลังประชารัฐไปพร้อมกัน เป็นเรื่องปกติเพราะทุกพรรคก็ทำกัน และนักการเมืองตามต่างจังหวัด ขึ้นป้ายกันเยอะ
เมื่อถามว่า การไม่ปักป้ายรูปพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์และพล.อ.ประวิตร หรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่าไม่น่าเกี่ยว เพราะทำในฐานะพรรคพลังประชารัฐ จึงต้องขึ้นรูปหัวหน้าพรรค จะให้นำรูปตนหรือเลขาธิการพรรค ไปขึ้นก็คงไม่ได้ ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ อาจจะทำคนละแบบ จึงต้องตามต่อไป อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร คุยกันตลอด จึงไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง
“การขึ้นป้ายเช่นนี้พรรคการเมืองอื่นก็ทำกัน แต่พล.อ.ประวิตร อาจจะยังไม่เคยขึ้นแบบนี้ พอขึ้นป้ายประชาชนจึงตกใจ ซึ่งทำไปเพื่อการประชาสัมพันธ์ เพราะพรรคเราเงียบมานานแล้ว เราต้องประชาสัมพันธ์พรรคมากขึ้น เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงปีก็จะเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองจึงขึ้นป้ายกันหมดแล้ว”
เมื่อถามว่า การนำรูป พล.อ.ประวิตร ขึ้นป้ายเพื่อประชาสัมพันธ์เช่นนี้ มีแนวโน้มว่าจะอยู่ในรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า “ยังไม่ถึงเวลาคุยกัน ยังไม่ถึงจุดนั้น เดี๋ยว 3 ป. ก็คุยกันเองว่าจะเสนอชื่อใคร ตอนนี้จึงยังไม่มีข้อสรุปว่าจะเสนอชื่อใครบ้าง”
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงกรณีที่แกนำพรรคพรรคเพื่อไทยหลายคนออกระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริหารประเทศต่อไปไม่ได้แล้ว และพรรคเพื่อไทยพร้อมล้ม พล.อ.ประยุทธ์ในการอภิปรายในสภาว่า ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอะไร เพราะพรรคเพื่อไทยพูดโหมโรงแบบนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว เพียงแต่สลับหน้ากันพูด ใครที่คิดว่ากำลังจะถูกประชาชนลืมก็รีบออกมาพูดบ้างก็เท่านั้น ก่อนที่จะกลายเป็นส.ส.ที่ชาวบ้านเขาลืม แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ก็ขอให้ทำได้จริงอย่างที่ปากพูดด้วย ไม่ใช่โม้เพื่อหวังชิงพื้นที่สื่อรายวันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้กังวลอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ตรงข้าม รัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจถึงสิ่งที่ถูกบิดเบือนมาตลอดด้วย
"ฝ่ายค้านอย่าเอาแต่ฉายหนังตัวอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะคนดูเขาจับไต๋ได้หมดแล้ว อย่าอภิปรายแบบน้ำท่วมทุ่ง ผักบุ้งโหรงเหรง ประชาชนฟังแล้วนอกจากจะไม่ได้อะไร ยังน่าเบื่ออีกต่างหาก ดีไม่ดี ที่โม้ว่าจะล้มท่านนายกฯ ไปๆ มาๆ จะถูกท่านนายกฯ น็อคกลางสภาฯ เอาเสียเอง ดังนั้น เผื่อใจไว้หน้าแตกด้วยก็ดี ถึงเวลาจะได้ไม่ขายขี้หน้ามากนัก" นายธนกร กล่าว
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ดูแลภาคกลาง เตรียมจัดประชุมเพื่อพิจารณาคัดเลือกผู้สมัครสำหรับการเลือกตั้งซ่อม จ.ราชบุรี ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้มีการพูดคุยกับตนในเรื่องนี้
สำหรับการเปิดตัวผู้สมัคร เขต 3 จ.ยะลา นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้มีความมั่นใจ และความจริงในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นคราวที่แล้ว เราได้เพียงที่นั่งแต่เที่ยวนี้เราก็มั่นใจว่าเราจะได้ที่นั่งเพิ่มแน่นอน เพราะมีผู้สมัครที่มีศักยภาพหลายคนที่มาร่วมกับเรามากขึ้นอย่างเช่นปัตตานี ก็มีผู้สมัครที่มีศักยภาพที่ทำให้มีโอกาสได้รับการเลือกตั้งสูง ที่ยะลาก็เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เป็นพื้นที่เป้าหมายของเรา อย่างเขต 3 เบตง นายณรงค์ ดูดิง ก็จะเป็นผู้สมัครของเราและเป็นอดีตส.ส. อยู่ด้วย เพียงแต่คราวที่แล้วพลาดไป แต่เที่ยวหน้าก็มีโอกาส และคิดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากพี่น้องชาวมุสลิมและคนไทยเชื้อสายจีนที่นี่ ซึ่งก็ยังแน่นเหนียวอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์รวมถึงพื้นที่อื่นด้วย
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า สำหรับในบางเขตที่ยังไม่เคาะตัวผู้สมัครนั้น เพราะยังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าควรจะเป็นใครระหว่าง 1 กับ 2 หรือ 1-2-3 เพราะมีผู้สนใจเกินจำนวนที่นั่งจึงต้องรอให้พรรคพิจารณาแต่เขตไหนที่เราตัดสินใจได้ ก็จะรีบตัดสินใจเพื่อให้มีเวลาลงพื้นที่ รวมทั้งจังหวัดนราธิวาส เราก็มีตัวเด่นที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาลงสมัครกับพรรคคือ นายเมธี อรุณ (เมธี ลาบานูน) ซึ่งเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงและเป็นน้องใหม่ที่เป็นมุสลิมด้วยและเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพที่จะลงที่เขตสุไหงโกลก
ภายหลังจาก ศาลฎีกาพิพากษาให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี เขต 3 พรรคพลังประชารัฐ พ้นตำแหน่ง ส.ส.ราชบุรี พร้อมห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต และตัดสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี เนื่องจากฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง บุกรุกครอบครองทำประโยชน์ในพื้นที่ส.ป.ก. นั้น
นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ..."วันจันทร์ที่ 11 เม.ย.65 นี้ เวลา 10.00 น. ศรีสุวรรณ จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อป.ป.ช. เพื่อขอให้เร่งรัดการไต่สวนสอบสวนกรณีสมาคมฯ เคยยื่นร้องเรียนให้ตรวจสอบส.ส. อีกกว่าสิบรายที่ยึดถือครอบครองที่ดิน ส.ป.ก. อยู่ในขณะเป็นส.ส. ที่สมาคมฯ เคยยื่นร้องเรียนไว้เมื่อปลายปี 2562 ว่าเข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หลังจากศาลฎีกาฯได้วางบรรทัดฐานในกรณีนี้ในคดีปารีณาไว้แล้ว #กฎหมายต้องไม่เลือกปฏิบัติ"
ที่โรงแรม โบท ลากูน รีสอร์ต จ.ภูเก็ต นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา และประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะ ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 สาขาพรรคเพื่อไทย จ.ภูเก็ต พร้อมพบปะหารือสมาชิกพรรคและรับฟังการสะท้อนปัญหาจากพี่น้องประชาชน
นายประเสริฐ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมที่จะเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อแก้ไขวิกฤตต่างๆ ที่รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพชุดนี้บริหารประเทศผิดพลาดสร้างความยากลำบากให้พี่น้องประชาชนอย่างแสนสาหัสมาตลอด จน 8 ปีที่ผ่านมาเสมือนประเทศและพี่ต้องประชาชนต้องติดอยู่ในหลุมดำ มองไม่เห็นเดือนไม่เห็นตะวันมองไม่เห็นอนาคต โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว ที่เป็นรายได้หลักของประเทศ และจังหวัดภูเก็ตที่มีชื่อเสียงระดับโลก ต้องซบเซาลงอย่างหนัก พี่น้องประชาชนต้องหยุดงาน ขาดรายได้ จำนวนมากต้องตกงาน ผู้ประกอบการต้องหยุดกิจการ ปิดกิจการกันจ้าละหวั่น ดังนั้นจึงหมดเวลาแล้วที่จะปล่อยให้รัฐบาลชุดนี้มีอำนาจต่อไปแล้วทำให้พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น
“พรรคเพื่อไทยมุ่งหวังที่จะคืนความมั่งคั่ง คืนชีวิตใหม่และคืนอนาคตให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นเรื่องท่องเที่ยวหลักของประเทศ พรรคได้เตรียมที่จะศึกษาแนวทางการเพิ่มศักยภาพเพื่อยกระดับจังหวัดภูเก็ตให้เป็น ‘เมืองเศรษฐกิจพิเศษ’ เพื่อสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้มากขึ้นในแต่ละปี ซึ่งจะช่วยให้พี่น้องชาวจังหวัดภูเก็ตอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ดีขึ้นและมองเห็นอนาคตอีกครั้ง และในการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคเพื่อไทย มีเป้าหมายที่จะปักธง ส.ส.ภาคใต้ให้ได้อีกครั้ง เหมือนที่เคยทำได้ในสมัยพรรคไทยรักไทย โดยพรรคจะต้องมี ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อให้เห็นปากเป็นเสียงเป็นตัวแทนในการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน พร้อมร่วมกันผลักดันนโยบายพรรคเพื่อไทยในการฟื้นฟูวิกฤต พัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษกิจในพื้นที่ให้กลับมาดึขึ้นอีกครั้งหนึ่ง” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว