นายจิระชัย คุณากร หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการโครงข่าย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยว่า ตลอดปี 2564 คนไทยส่วนใหญ่ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home การเรียนออนไลน์ ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา ยิ่งทำให้ทรูมูฟ เอช ทุ่มเทพัฒนาคุณภาพเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุด เพื่อให้คนไทยได้ใช้งานอย่างเต็มศักยภาพ ตลอดจนการพัฒนาการให้บริการเครือข่ายอัจฉริยะ ทรู 5G ที่ทำให้ทรูมูฟ เอชเป็นผู้นำเครือข่ายอัจฉริยะที่ดีกว่า เร็วแรงกว่า และเป็นรายแรก รายเดียว ที่มีคลื่นความถี่ครบสุดถึง 7 ย่านความถี่ ครอบคลุมถึง 77 จังหวัดทั่วไทย จึงส่งผลให้ทรูมูฟ เอช สามารถรักษาแชมป์เครือข่ายยอดเยี่ยม/ที่ดีที่สุดในประเทศไทยต่อเนื่อง 6 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 – 2564 โดยผลการสำรวจได้รวบรวมจากผู้ใช้ งานแอปพลิเคชัน nPerf ทั้งหมดในช่วงระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2564 จำนวน 3,500,000 ครั้ง ซึ่งทรูมูฟ เอช ได้คะแนนรวมสูงสุด 74,438 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ถึง 5.1% และมีคะแนนนำใน 4 หมวดการทดสอบที่สำคัญๆ ได้แก่ 1. ความสำเร็จในการเชื่อมต่อดีที่สุด (Best Success Rate) 91 % 2. ค่าความหน่วงต่ำหรือ Latency ดีที่สุด (Best Latency) 29.8 ms

3. คุณภาพในการเปิดเว็บที่ดีที่สุด (Best Browsing Experience) ด้วยค่าเฉลี่ยสูงสุดถึง 56.5 % โดยพิจารณาจากคุณภาพการเปิด 5 เว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตชาวไทยใช้บ่อยที่สุด 4. คุณภาพการรับชมวิดีโอที่ดีที่สุด (Best Streaming Experience) ด้วยค่าเฉลี่ยสูงสุดถึง 75.4% โดยพิจารณาจากคุณภาพการรับชมวิดีโอบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ยูทูป ซึ่งรางวัลเครือข่ายยอดเยี่ยม/ดีที่สุดในไทยถึง 6 ปีซ้อน ถือเป็นกำลังใจชั้นดีให้กับทีมงานเน็ตเวิร์คทุกคน โดยเราจะยังคงมุ่งมั่น ทุ่มเทดูแลและพัฒนาคุณภาพของเครือข่ายอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นผู้นำเครือข่ายที่ดีที่สุดในไทย เร็วแรงกว่า รายเดียวที่ครบสุดทุกย่านความถี่ และเพื่อให้ลูกค้าชาวไทยได้รับประสบการณ์การสื่อสารที่ดีที่สุดตลอดไป

ทั้งนี้ nPerf คือ เครื่องมือเพื่อใช้ทดสอบความเร็ว (Speed) และคุณภาพ (Quality of Service) ของอินเทอร์เน็ต ที่สามารถทดสอบได้ทั้งอินเทอร์เน็ตบ้าน (Fixed Broadband Internet) และโมบายอินเทอร์เน็ต (Mobile Broadband Internet) ซึ่งได้รับการพัฒนาโดยบริษัทเอกชนในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งบริการมาตั้งแต่ปี 2003 ก่อนจะพัฒนามาเป็นโมบายล์แอปพลิเคชัน ทั้ง iOS Android และ Windows ถือเป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันที่ใช้มากที่สุดในตลาด และได้รับความไว้ใจในหมู่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยสามารถให้ผลทดสอบอย่างละเอียด ทั้งในแง่ความเร็วในการดาวน์โหลด (Download Speed) อัปโหลด (Upload Speed)ค่าความหน่วงเวลา(Latency) และทดสอบเชิงคุณภาพของบริการ (Quality of Service) เช่นคุณภาพในการเปิดเว็บ (Browsing Test) คุณภาพการสตรีมมิ่งวิดีโอ (Streaming Test) ซึ่ง nPerf ถือเป็นเครื่องมือที่ก้าวหน้าที่สุดตัวหนึ่งของโลกในปัจจุบัน โดยผลการทดสอบซึ่งจะมีค่าทางเทคนิคและตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geo-Location) ของผู้ทดสอบ จะถูกรวบรวมไว้บน Cloud

นอกจากนี้ nPerf มีรายงานคุณภาพของบริการอินเทอร์เน็ตของแต่ละ ISP ให้ผู้ใช้สามารถเรียกดู เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการให้บริการแบ่งตามเครือข่าย หรือภูมิภาคได้อย่างเปิดเผย ซึ่งรูปแบบการให้บริการทดสอบคุณภาพอินเทอร์เน็ตในลักษณะนี้นั้น นอกจากจะใช้เป็นเครื่องมือในการทดสอบของผู้ใช้เองแล้วนั้น ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้ให้บริการแข่งขันกันสร้างบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้นไปอีกด