สปอตไลต์ฉายจับมาที่เก้าอี้อธิบดีกรมปศุสัตว์ ของนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต หลังจากที่ออกมาแถลงยอมรับว่าพบหมูติดเชื้ออหิวาต์แอฟริกา หรือ ASF โรคระบาดหมูที่โรงฆ่าสัตว์แห่งหนึ่งย่านนครปฐม

หลังจากที่ก่อนหน้าประมาณ 2 สัปดาห์เกิดปัญหาราคาหมูแพงขยับขึ้นกิโลกรัมละ 50 บาททำให้กระทรวงพาณิชย์สั่งห้ามส่งออกหมู จากนั้นมีการหาสาเหตุที่ทำให้หมูมีราคาแพงมาจากหมูขาดตลาด กระทั่งมีการเปิดประเด็นร้อน โดยเชื่อกันว่าหมูตายจากโรคระบาดในหมู หรือ ASF โดยมีหนังสือรายงานผลชันสูตรสาเหตุหมูตายเฉียบพลัน ซึ่งเป็นรายงานมาจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ว่าหมูติดเชื้อ ASF และขอให้กรมปศุสัตว์ดำเนินมาตรการควบคุม แต่ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ปฏิเสธว่าไม่ได้รับรายงานดังกล่าว แต่ได้สั่งการห้หน่วยเฉพาะกิจ ดำเนินการค้นหาและสอบสวนโรคเพื่อหาสาเหตุ กระทั่งนำมาสู่การแถลงข่าวพบหมูติดเชื้อดังกล่าว

ทั้งนี้ กรณีหมูแพง ได้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ และนำไปสู่การจับจ้องของสังคมที่ราคาสินค้าอื่นได้ขยับตามไปด้วย เช่น เนื้อไก่ และไข่ไก่ ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์สั่งตรึงราคาแล้ว

อย่างไรก็ตาม ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมากรณี นายกรัฐมนตรีจะมีพิจารณาตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ หลังจากเกิดปัญหาโรคระบาดในสุกรหรือไม่ว่า นายกฯ ชี้แจงว่าให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ขณะที่มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยอมรับในที่ประชุมครม.ว่ามีการเสนอให้โยกย้ายอธิบดีปศุสัตว์ แต่เขาเห็นว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ก่อน

“ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาด้วย ให้เขาชี้แจงแถลงข่าวให้ประชาชนรู้ และขอให้รัฐมนตรีไปกำชับปลัดกระทรวง อธิบดีด้วยว่า ใครรับผิดชอบอะไร ขอให้ดูด้วย เพราะมีผลต่อตำแหน่งทั้งปัจจุบันและอนาคต แต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขา”

สำหรับ นายสัตวแพทย์สรวิศ วัย 59 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับราชการเป็นลูกหม้อกรมปศุวัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตั้งแต่ปี 2531 ในตำแหน่งนายสัตวแพทย์ 4 กองวิชาการ เติบโตในชีวิตราชการในปี 2538 ได้เป็นผู้อำนวยการเฉพาะด้าน สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช กรมปศุสัตว์ จากนั้นก้าวไปเป็นปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพัทลุง ในปี 2543 และโยกย้ายไปในจังหวัดนครศรีธรรมราช ราชบุรี นครปฐม กระทั่งได้เป็นผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ในปี 2553 ต่อมาในปี 2557 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2560 เพียง 1 ปีก็ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน

ก่อนจะต้องเผชิญกับ “ไซด์เอฟเฟกต์”จากวิกฤติหมูแพง และโรคระบาดหมูที่ท้าทายเก้าอี้