การแต่งตั้ง “ราล์ฟ รังนิก” นั่งแท่นผู้จัดการทีมชั่วคราวของบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับวิกฤติ ที่ทวีความรุนแรงอย่างมากในถิ่น “โอลด์แทรฟฟอร์ด” หลังมีรายงานว่าขณะนี้มีผู้เล่นถึง 11 คนที่กระตือรือร้นที่จะย้ายออกจากสโมสร ทั้งนี้กุนซือชาวเยอรมัน ถูกนำเข้ามาเพื่อทำหน้าที่กุมบังเหียนเป็นการชั่วคราวแทน “โอเล กุนนาร์ โซลชาร์”

สาเหตุหนึ่งในปัญหาที่ “ราล์ฟ รังนิก” ผู้จัดการทีมกำลังประสบปัญหา คือ บรรดานักเตะได้แบ่งก๊ก แบ่งเหล่า ไร้ซึ่งความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างชัดเจน รวมทั้ง “ไม่ศรัทธา” สไตล์การทำทีมและแท็กติกของ “ราล์ฟ รังนิก” และหาก “ปีศาจแดง” ยังคิดช้า ไม่กระตือรือร้นที่จะควานหากุนซือคนใหม่ มาแทนที่รับรองได้เลยว่า เจอของจริงแน่ๆ

ล่าสุด “เมาริซิโอ โปเชตติโน” กุนซือทีม “ปารีส แซงต์ แชร์กแมง” ไดัรับไฟเขียวให้ย้ายมาคุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด สมความตั้งใจในซีซั่นหน้าแล้ว หลังเจ้าตัวแจ้งความจำนงต่อทีมเศรษฐี ลีกเอิง และได้รับการเปิดทางให้แต่โดยดี และแน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นจำนวน 10 ล้านปอนด์ (ราว 459 ล้านบาท) แลกกับการดึงเป้าหมายไปจากกรุงปารีส
อันที่จริง “โปเชตติโน” ทีมดังแห่ง “โอลด์ แทรฟฟอร์ด” ปรารถนาอยากได้นายใหญ่ชาวอาร์เจนไตน์ ให้มารับช่วงต่อ “โซลชาร์” ก่อนหน้า “ราล์ฟ รังนิก” ด้วยซ้ำแต่ติดปัญหา รวมทั้งไม่มีความสุขกับการทำงานในถิ่น “ปาร์ก เดส์ แพรงซ์” เนื่องจากเกิดรอยร้าวกับ "ลีโอเนล เมสซี" ซูปเปอร์สตาร์ชาติเดียวกัน แถมยังมีปัญหาในการรับมือกับซูเปอร์สตาร์อย่าง "เนย์มาร์" และ "คิลิยัน เอ็มบัปเป" อีกด้วย

ต้องยอมรับว่า ที่ผ่านมา ชื่อชั้นของ “โปเชตติโน่” เป็นที่ประจักษ์ในหมู่แฟนบอลอังกฤษมานานแล้ว ตั้งแต่คุมทีม “เอสปันญอล” และ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน และที่สร้างชื่อคือ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ในการสร้างทีมระดับกลางให้ทำผลงานโดดเด่น เล่นสนุกได้ใจแฟนบอล ทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่น่าเสียดายที่ไม่เคยพาทีมสัมผัสแชมป์ จนกระทั่งย้ายไปรับงานกับสโมสร “เปแอสเช” ที่สามารถนำทีมสัมผัสแชมป์แรกในอาชีพกุนซือ คือแชมป์เฟรนช์ ซูเปอร์คัพ

ความท้าทายของ “โปเชตติโน” ที่เคยมีชื่อเสียงกับการ “สร้างทีม” โดยมีผู้เล่นที่ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ และหากมาคุม “ปีศาจแดง” การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลที่มีดาวเตะระดับโลกมากมาย เชื่อขนมกินได้เลยว่า “ไม่ง่ายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะ แรงกดดัน” จากบอร์ดบริหารและที่สำคัญ คือ “แฟนบอล” ที่จะเป็นตัวแปรว่า “โปเชตติโน” จะใช้คนที่เหมาะสม

และสิ้นสุดการรอคอยในการหากุนซือหรือไม่ ซึ่งจะเป็นบททดสอบที่แสนสาหัสและแสนโหดอย่างแน่นอน