ช่วงนี้ประชาชนทำมาค้าขายลำบาก บางคนต้องพึ่งแก๊งเงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพงหากไม่จ่ายอาจจะโดนทำร้ายได้ ที่จ.อุดรธานีตร.สืบภาค 4 ตามจับแล้ว 4 แก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหด “เอฟเงินทุน” บุกทำร้ายชาวบ้านที่กู้ยืมเงิน ตร.เผยเตือนอย่าริทำ

วันนี้ (1ม.ค.65) เวลา 09.45 น. ที่ หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4, พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี, พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส. 1 บก.สส.ภ.4 ร่วมกับ ตร.สภ.เพ็ญ จว.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม แก๊งเงินกู้ดอกเบี้ยโหดและทำร้ายร่างกายลูกหนี้จำนวน 4 รายประกอบด้วย 1.นายศราวุฒิ พันอะ หรือ นายฝ้าย อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 138/1 หมู่ 1 ต.บ้านหวาย อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งเงินกู้ดอกโหด ที่ชื่อ “เอฟเงินทุน” 2.นายมนธวัช เมยสูงเนิน หรือ นายเสือ อายุ 26 ปี ที่อยู่ 996/6 หมู่ 7 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 295/2564 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2564 พร้อมกับแจ้งกล่าวหาว่า "ประกอบธุรกิจทวงกามหนี้โดยไม่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงกามหนี้ต่อนายทะเบียน . จัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้นั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมาย 3.นายบุญธรรม บุญเพิ่มพูล หรือ นายเอฟ หรือ นายเสกอายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/4 หมู่ 7 ต.ทุ่งควายกิน อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งถือเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้และเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ 297/2564 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2564 จับกุมเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2564 ขณะหลบหนีอยู่ภายในหมู่บ้าน คลองพระเจ้า หมู่ 7 ต.น้ำเป็น อ.เขาชะเมา จ.ระยอง และ 4.นายอนุสรณ์ อ่องจุ้ย หรือ นายมังกร อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 87/1 หมู่ 6 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พร้อมกับแจ้งข้อหา "ร่วมกันประกอบธุรกิจทางกามหนี้โดยไม่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวงกามหนี้ต่อนายทะเบียน,ร่ามกันจัดหามาซึ่งเงินทุนแล้วให้ผู้อื่นกู้นั้นโดยไม่ได้รับอนุญาตและให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่อัตรากฎหมาย พร้อมของกลางง คือ นามบัตรระบุเชิญชวนกู้เงิน "เอฟ เงินทุน" จำนวน 94 ใบ เสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันก่อเหตุทำร้ายชาวบ้านที่เป็นลูกหนี้

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.2564 ได้เกิดเหตุ กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบได้ทำการติดตามทวงหนี้จากลูกหนี้ซึ่งได้ทำการกู้เงินนอกระบบมาลงทุนเพื่อค้าขาย แต่ไม่สามารถจ่ายเงินคืนให้เป็นรายวันได้ตามกำหนดทำให้เกิดมีปากเสียงและได้มีการทะเลาะทำร้ายร่างกายลูกหนี้เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและมีคลิปภาพตอนแก๊งเงินกู้ทำร้ายชาวบ้านชัดเจน หลังเกิดเหตุกลุ่มบุคคลที่ติดตามทวงหนี้ได้หลบหนีไปและวันต่อมาก็ยังมีการมาติดตามทวงหนี้จากลูกหนี้อีก จากการสืบสวนเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมสามารถจับกุมกลุ่มติดตามทวงหนี้นอกระบบได้จำนวน 1 คน คือ นายศราวุธ พันอะ หรือ นายฝ้ายขณะตระเวนติดตามทวงนี้จากลูกหนี้ในเขตเทศบาลเพ็ญ ส่วนกลุ่มที่ทำร้ายร่างกายลูกหนี้นั้น ได้หลบหนีไปหลังเกิดเหตุ สภ.เพ็ญ และ บก.สส.ภ. 4 ได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวน จนสามารถระบุถึงตัวบุคคลที่ได้ก่อเหตุทวงหนี้และทำร้ายร่างกายลูกหนี้ได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่อศาลจังหวัดอุดรธานีและศาลได้อนุมัติหมายจับกลุ่มบุคคลซึ่งเป็นนายทุนและกลุ่มติดตามทวงหนี้นอกระบบดังกล่าวตามรายชื่อที่กล่าวมาแล้ว โดยสามารถติดตามจับกุมขณะหลบหนีได้ ในพื้นที่ จว.ขอนแก่น และ จว.ระยอง จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มแก๊ง "เอฟ เงินทุน" มีพฤติการณ์ในการปล่อยเงินกู้นอกระบบให้กับกลุ่มลูกค้า โดยจะปล่อยให้กู้ในจำนวน ครั้งละ 20,000 บาท โดยจะต้องชำระคืนเป็นงวด งวดละ 1,000 บาท ต่อวันเป็นจำนวน24 วัน รวมเป็นเงินที่ต้องชำระคืน จำนวน 24,000 บาท ต่อจำนวน 24 วัน (ซึ่งคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อ 24 วัน หรือ ร้อยละประมาณ 304 ต่อปี) หากลูกหนี้คนใดชำระหนี้ไม่ตรงเวลาหรือไม่ชำระก็มีพฤติการณ์ในการติดตามทวงหนี้ ข่มขู่ หรือ ทำร้ายร่างกาย เพื่อให้ชำระหนี้ให้ตรงตามกำหนดนัดเวลา

ฝากถึงผู้ที่กำลังปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยแพงว่า ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและมีการแพร่ระบาดของ covid 19 นโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 4 พร้อมปฏิบัติงานขอเตือนให้กับแก๊งกลุ่มมิจฉาชีพเงินกู้หลายท่านที่ยังมีพฤติการณ์แบบนี้อยู่ขอให้เลิกหากไม่เลิกเมื่อมีเหตุเกิดขึ้นเป็นคดี ตำรวจจะดำเนินการคดีถึงที่สุดและขอให้รับรู้ว่าความผิดนี้ถือว่าเป็นหนึ่งใน 29 ฐานความผิดโดยสามารถยึดทรัพย์ของกลุ่มผู้กระทำผิดได้ ผู้การฯ อุดร กล่าวตอนท้าย