"บิ๊กตู่"งอนสื่อตั้งฉายา"ชำรุดยุทธ์โทรม" งดให้สัมภาษณ์ ด้าน "รมว.ดีอีเอส"เผยประชุม ครม.นัดส่งท้ายแฮปปี้ ไม่มีคุยเรื่องการเมือง "ครม."ไฟเขียว ร่างพ.ร.ฎ.เลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 9 กกต. คาดหย่อนบัตร 30 ม.ค. ปีหน้า "ก้าวไกล"ส่ง"ลูกสุรเกียรติ์"ชิงผู้ว่าฯกทม. "ปปช."เปิดกรุสมบัติ"ธรรมนัส"รวยอู้ฟู่ 757 ล้าน หลังพ้นเก้าอี้ รมช.เกษตรฯ เกือบ 3 ปี สมบัติลดฮวบ 107 ล้าน แจ้งถือครองรถหรูอื้อโรลส์รอยซ์-เบนท์ลีย์-เบนซ์-เทสลา ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 12.50 น.วันที่ 28 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่ได้แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด ขณะที่สำนักโฆษกประจำสํานักนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งขอความร่วมมือสื่อมวลชน งดดักรอสัมภาษณ์บริเวณทางเชื่อมตึกไทย และตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งตามปกติแล้ว สื่อมวลชนสามารถดักรอสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้บริเวณทางเชื่อม และประตูด้านหน้าตึกสันติไมตรีหลังนอก ทั้งนี้ การงดสัมภาษณ์ดังกล่าว คาดเกิดจากภายหลังที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้ออกฉายาประจำปีว่ารัฐบาล "ยื้อยุทธ์" และให้ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า "ชำรุดยุทธ์โทรม" ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มีสีหน้าอารมณ์ดียิ้มแย้ม โดยก่อนเดินทางกลับ ได้มีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม เดินมาส่งพล.อ.ประวิตร ที่รถ พร้อมได้พูดคุยหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี จากนั้น นายสุชาติ พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เข้าพูดคุยนอกรอบกับนายกรัฐมนตรีที่ห้องสีฟ้า ตึกสันติไมตรี ก่อนที่ นายกรัฐมนตรีจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า โดยเมื่อสื่อมวลชนได้ทักทายสวัสดีปีใหม่ นายกรัฐมนตรียกมือรับไหว้แต่ไม่ได้หันหรือพูดตอบกลับสื่อมวลชนแต่อย่างใด ด้านนายชัยวุฒิ กล่าวถึงการพูดคุยนอกรอบกับพล.อ.ประยุทธ์ ที่ห้องสีฟ้า ว่า เป็นการพูดคุยกันทั่วไป ไม่ได้มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นการพูดคุยกันทุกครั้งหลังประชุม ครม.ตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไร และไม่ได้กำชับ เกี่ยวกับสถานการณ์ในวันขึ้นปีใหม่ที่จะมาถึง ยืนยันว่าในการประชุม ครม. วันเดียวกันนี้ ทั้งนายกรัฐมนตรีและครม.ทุกคนต่างก็แฮปปี้ ไม่น่ามีอะไรที่เป็นปัญหา และการเข้าพูดคุยกับนายกฯ ในวันนี้เป็นเรื่องงาน ในกระทรวง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาในเรื่องดาวเทียมที่รับโอนมาจากไทยคม ซึ่งต้องทำให้เรียบร้อยและถูกกฎหมาย เพื่อบริหารงานได้ต่อไป โดยยืนยันว่าการหารือวงดังกล่าวไม่มีเรื่องการเมือง และบรรยากาศในห้องประชุมทุกอย่างดีมาก นายชัยวุฒิ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรี ขอให้รัฐมนตรีทุกคนตั้งใจทำงาน โดยปีหน้าเป็นปีสำคัญ ที่เราต้องขับเคลื่อนการทำงานของรัฐบาล และแก้ไขปัญหาให้ประชาชนให้สำเร็จ และเร็วที่สุด ในส่วนของฉายารัฐบาลที่สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้ตั้งให้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ได้พูดถึงประเด็นดังกล่าว ส่วนบุคคลอื่นจะพูดคุยกันหรือไม่ ก็อาจจะมี แต่ตนไม่ได้ยิน ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังหารประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) เลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 9 ภายใน 45 วัน โดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คาดว่าจะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 30 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งซ่อม เขตหลักสี่-จตุจักร กทม. ภายหลังพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัคร เพื่อรักษามารยาทพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นพื้นที่เดิมของพรรคพลังประชารัฐ จึงมีแนวโน้มที่ฐานเสียงของประชาธิปัตย์ จะหันมาให้การสนับสนุน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ที่เตรียมลงชิงชัยเขตนี้ และยังจะได้รับการสนับสนุนจาก นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. และแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.เขตหลักสี่ ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อีกด้วย ส่วนแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคก้าวไกล ที่เตรียมเปิดตัววันที่ 23 ม.ค.65 นั้น ล่าสุด มีกระแสข่าวว่ามีการทาบทาม นายสันติธาร เสถียรไทย นักเศรษฐศาสตร์ การเงิน ผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยี อีคอมเมิร์ซชื่อดัง บุตรชายนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ ให้มาลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคก้าวไกล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายราย รายชื่อน่าสนใจ อาทิ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กรณีพ้นจากตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2564 ร.อ.ธรรมนัส แจ้งว่ามีคู่สมรส 2 ราย ได้แก่ นางอริสรา พรหมเผ่า และ น.ส.ธนาพร ศรีวิราช มีบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ 2 ราย โดย ร.อ.ธรรมนัส และคู่สมรสทั้ง 2 ราย รวมทั้งบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แจ้งว่ามีทรัพย์สินทั้งสิ้น 758,847,094 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 178,491,910 บาท โดยในส่วนของทรัพย์สิน แบ่งเป็นของ ร.อ.ธรรมนัส แจ้งทรัพย์สิน 606,657,059 บาท ได้แก่ เงินฝาก 149,307,462 บาท เงินลงทุน 11,150,000 บาท ที่ดิน 120,103,156 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 35,256,451 บาท ยานพาหนะ 48,750,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 94,969,989 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 147,120,000 บาท มีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 145,433,890 บาท ขณะที่คู่สมรสคนที่ 1 (ไม่ได้ระบุชื่อ) มีทรัพย์สิน 38,067,208 บาท ได้แก่ เงินฝาก 6,673,552 บาท เงินลงทุน 4,262,500 บาท ที่ดิน 222,000 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,330,156 บาท ยานพาหนะ 8,149,000 บาท ทรัพย์สินอื่น 8,430,000 บาท มีหนี้สินรวม 21,482,534 บาท คู่สมรสคนที่ 2 (ไม่ได้ระบุชื่อ) มีทรัพย์สิน 55,922,431 บาท ได้แก่ เงินฝาก 531,096 บาท เงินลงทุน 7,568,369 บาท ที่ดิน 887,030 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 516,216 บาท ยานพาหนะ 16,589,999 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,367,647 บาท ทรัพย์สินอื่น 28,462,073 บาท มีหนี้สินเป็นเงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 11,575,486 บาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สิน 58,200,395 บาท เป็นเงินฝาก 16,852,346 บาท สิทธิและสัมปทาน 41,348,049 บาท อย่างไรก็ตาม ร.อ.ธรรมนัส แจ้งว่ามีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 4,113,503 บาท เป็นเงินเดือน 1,593,503 บาท ค่าเช่า 2,520,000 บาท มีรายจ่ายรวม 62,551,678 บาท โดยจำนวนนี้เป็นสินเชื่อสถาบันการเงิน 23,783,556 บาท และเบี้ยประกัน 20,768,122 บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุพการี 1.2 ล้านบาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร 16.8 ล้านบาท นอกจากนั้นคู่สมรส (ไม่ได้ระบุว่าใคร) แจ้งมีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ เป็นเงินค่าที่ปรึกษาบริษัทฯ 6 แสนบาท อีกรายมีเงินเดือน 48,042 บาท ค่าที่ปรึกษา 2 แสนบาท มีรายจ่ายรวม 2,421,636 บาท ส่วนบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีรายจ่ายรวม 2,999,455 บาท ส่วนทรัพย์สินที่น่าสนใจ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ได้แจ้งการถือครองการลงทุนหรือหุ้นในบริษัทแห่งใด ส่วนคู่สมรส (มิได้ระบุว่าใคร) ถือครองหุ้น 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ตลาดคลองเตย (2551) จำกัด 3 ล้านบาท บริษัท สบายใจ มาร์เก็ต จำกัด 2.5 แสนบาท บริษัท รักษาความปลอดภัย ที.พี.การ์ด จำกัด 1 ล้านบาท และบริษัท ฮันนี่ สไมล์ ฮอลิเดย์ (2018) จำกัด 12,500 บาท นอกจากนั้นยังแจ้งถือครองรถหรูหลายรายการ เช่น โรลส์ รอยซ์ 1 คัน มูลค่า 5 ล้านบาท โฟลค์สวาเกน แบบคาราเวล ปี 2009 จำนวน 1 คัน 3 แสนบาท โฟล์คสวาเกน แบบคาราเวล ปี 2014 จำนวน 1 คัน 7 แสนบาท เบนท์ลีย์ แบบคอนติเนนทัล 1 คัน 5 ล้านบาท เบนซ์ S300L จำนวน 1 คัน 1 ล้านบาท เทสลา แบบโมเดิร์น เอส ปี 2015 จำนวน 1 คัน (ได้มาเมื่อ 19 มี.ค. 2562) 4 ล้านบาท โรลส์รอยซ์ แบบโกสต์ ปี 2010 (ได้มา 29 มี.ค. 2562) มูลค่า 17 ล้านบาท โรลส์รอยซ์ แบบ Siluer Spiait มูลค่า 6 ล้านบาท เบนซ์ S500L มูลค่า 1 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนคู่สมรส (ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร) มีรถหรูหลายคันเช่นกัน โฟล์คสวาเกน แบบคาราเวล ได้มาเมื่อ 19 เม.ย. 2564 (สัญญาเช่าซื้อ) มูลค่า 4,069,000 บาท ปอร์เช่ Panamera 4E Hybrid ได้มาเมื่อ 7 ต.ค. 2562 มูลค่า 7 ล้านบาท Lexus รุ่น LM 300H ได้มาเมื่อ 31 พ.ค. 2564 (สัญญาเช่าซื้อ) มูลค่า 5,589,999 บาท เป็นต้น นอกจากนี้คู่สมรสยังแจ้งถือครองกระเป๋าหรูแบรนด์เนม และเครื่องประดับอีกเกือบ 100 รายการ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่ง ส.ส.พะเยา เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 โดยแจ้งว่า มีคู่สมรส 2 ราย มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 866,022,010 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 73,361,936 บาทซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินล่าสุดเท่ากับว่า ร.อ.ธรรมนัส ทรัพย์สินลดลง 107,174,916 บาท มีหนี้สินเพิ่มขึ้น 105,129,974 บาท