ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ ได้เข้ามาส่งเสริมในส่วนของการดูแลในเรื่องระบบรับรองมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศของส่วนสมาชิก คอยกำกับดูแลในส่วนของเอกสารที่ทางสหกรณ์จะต้องดำเนินการให้ถูกต้อง และการดูแลในส่วนของเจ้าหน้าที่สหกรณ์ทัพไทยร่วมกันในการทำงานกับชาวบ้าน วันที่ 26 พ.ย.64 นางกัลยา อ่อนศรี ประธานกลุ่มนาแปลงใหญ่สหกรณ์ทัพไทย กล่าวว่า กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวสหกรณ์ทัพไทย มีสมาชิกเข้าจำนวน 40 ราย พื้นที่ประมาณ 600 กว่าไร่ ปัจจุบันในกลุ่มจะมีในส่วนของการส่งเสริมให้เกษตรกรมีการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง และส่งเสริมให้ผลิตเมล็ดพันธุ์เพื่อส่งขายให้สหกรณ์ สหกรณ์จะนำไปขายให้สมาชิก และจะมีในเรื่องของการที่มีการรับซื้อผลผลิตข้าวอินทรีย์จากสมาชิกในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดไม่ต่ำกว่าตันละ 2,000 บาท ซึ่งรับซื้อแพงกว่าท้องตลาด 2,000-3,000 บาท ต่อตัน หลังจากที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรก็จะมีกระบวนการแปรรูปจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และจะมีในเรื่องของระบบการทำการตลาดให้กับคู่ค้า กลุ่มก็จะมีกระบวนการส่งเสริมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ ส่งเสริมการผลิตเมล็ดพันธุ์จนถึงกระบวนการรับซื้อในราคาที่สูงกว่าท้องตลาดและจนถึงในเรื่องของการแปรรูปข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร นายนคร สมุทรทอง นักวิชาการเกษตรชำนาญการพิเศษ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ กล่าวว่า ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ได้เข้ามาส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการรวมกลุ่มทำนาแปลงใหญ่ให้กลุ่มแปลงใหญ่ข้าวสหกรณ์ทัพไทยตั้งแต่เริ่มต้นจนปัจจุบัน ให้เกษตรกรกลุ่มนี้มีความเข้มแข็งสามารถต่อยอดไปได้ในทุกๆปี ซึ่งสืบเนื่องจากกลุ่มมีการทำเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว ส่วนหนึ่งจึงมีความสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นแปลงใหญ่เพื่อพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพมาตรฐานมากขึ้น ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สามารถต่อรองราคาได้ นอกจากนี้ ทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ ก็ได้เข้ามาจัดเวทีชุมชน โดยมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ฯคอยมาเป็นพี่เลี้ยงอบรมให้ความรู้ มอบเครื่องจักรกลทางการเกษตรไว้ใช้ภายในกลุ่ม รวมถึงทำให้เกษตรกรประสบความความสำเร็จสามารถพึ่งพาตนเองได้ ถึงแม้ในปัจจุบันจะสิ้นสุดโครงการนาแปลงใหญ่แล้ว แต่เกษตรกรยังมีการทำเกษตรอินทรีย์และนาแปลงใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากการที่เกษตรกรมีความเข้าใจและเห็นผลสำเร็จในการลงมือทำจนสามารถต่อยอดทำมาตรฐานต่างประเทศได้ "หลังจากมีการรวมกลุ่มในรูปแบบแปลงใหญ่แล้วและเข้าร่วมโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาดกับศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ ก็เกิดผลดีคือ ในปีนี้กลุ่มได้รับการงบประมาณสนับสนุนจำนวน 2,997,500 บาท เพื่อจัดซื้อเครื่องจักรทางการเกษตร ได้แก่ รถแทรคเตอร์พร้อมใบมีดดันดิน พานพรวน โรตารี่ เครื่องหยอดข้าว เครื่องคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว เครื่องอัดฟาง และรถเกี่ยวข้าวพร้อมเทรเลอร์ ทำให้สามารถจะมาปรับใช้ในส่วนของการทำอินทรีย์ หรือต่อยอดในการปรับปรุงพื้นที่ และในการที่มีรถเกี่ยวทำให้เปอร์เซ็นต์ข้าวในปีนี้ดีขึ้นและมีความพร้อมในการทำเกษตรอินทรีย์ การเกี่ยวข้าวต้องมีการล้างทำความสะอาดเครื่อง ซึ่งเกษตรกรที่เป็นเกษตรกรกลุ่มใหม่ๆ ที่เป็นคนรุ่นใหม่ก็จะได้เข้ามาศึกษาทำความเข้าใจว่าทำไมมีการล้างทำความสะอาดเครื่องก่อนที่จะมีการเกี่ยวข้าวอินทรีย์ เมื่อได้รับสนับสนุนในเรื่องของเครื่องจักรมาทำให้ในเรื่องของระบบการผลิตข้าวอินทรีย์ดีขึ้นเป็นอย่างมาก คิดว่าในปีถัดไป ต้นทุนในด้านปัจจัยการผลิตก็จะลดลงมากขึ้น เพราะมีเครื่องจักรกลที่เยอะขึ้นก็ทำให้เกษตรกรสามารถที่จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นในอนาคต จึงขอขอบคุณศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวสุรินทร์ที่ให้โอกาสและให้การสนับสนุนกลุ่มคอยเป็นพี่เลี้ยงให้คำแนะนำ เป็นที่ให้คำปรึกษาดูแลมาโดยตลอด"นางกัลยา อ่อนศรี กล่าว