เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 พ.ย.64 ที่จุดตรวจวัดบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายธนัญชัย วรรณสุข ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ (สสภ.) 11 นครราชสีมา นายปิยะ โยมา ขนส่งจังหวัดนครราชสีมา และ พ.ต.อ.ปฏิยุทธ สิงห์สมโรจน์ รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา ร่วมจัดกิจกรรม Kick Off “รัฐเข้มตรวจจับ ปรับจริง–ห้ามใช้รถควันดำในพื้นที่นครราชสีมา” โดย ตั้งจุดตรวจจับควันดำจากรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลเพื่อลดฝุ่นละออง PM 2.5 และติดสติ๊กเกอร์ห้ามใช้รถยนต์ชั่วคราวกับรถที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน ซึ่งเป็นภารกิจของกรมควบคุมมลพิษ โดย สสภ.11 ร่วมกับทุกภาคส่วนในฐานะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ดำเนินกิจกรรม “ตรวจจับควันดำจากยานพาหนะ” ในพื้นที่อำเภอต่างๆ ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรสายหลักของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะเครื่องยนต์ดีเซลที่ปล่อยระบายค่าควันดำเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประชาชนบำรุงรักษาเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 กำหนดเป้าหมายตรวจจับควันดำจากเครื่องยนต์ดีเซลให้ได้จำนวน 30-50 คันต่อวัน และระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565 รวม 700 คัน

นายสมเกียรติ รอง ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ภาพภาพของ จ.นครราชสีมา เป็นเมืองขนาดใหญ่มีการจราจรคับคั่งโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางบกเป็นเส้นทางสัญจรสู่ 20 จังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ละวันจึงมียานพาหนะสัญจรผ่านในพื้นที่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลกำหนดให้ปัญหาผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เป็นวาระแห่งชาติ ทุกภาคส่วนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันแก้ไขปัญหาจึงร่วมเป็นพื้นที่เป้าหมายนำร่องดำเนินโครงการเฝ้าระวัง ติดตามตรวจสอบ และควบคุมมลพิษทางอากาศด้านการขนส่ง ประกอบด้วยกิจกรรมการตรวจจับควันดำจากยานพาหนะขนส่งทางบกก่อนจะบังคับใช้กฎหมายกับประชาชน เพื่อให้นำรถยนต์ที่มีค่าควันดำเกินมาตรฐานไปซ่อมบำรุงรักษาให้ทำงานมีประสิทธิภาพและมีค่าควันดำที่ระบายออกจากท่อไอเสียเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด สามารถช่วยบรรเทาผลกระทบฝุ่นละอองที่เกิดจากภาคการจราจรและการขนส่ง เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม