เมื่อกลางดึก คืนวันที่ 24พ.ย.64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่บ้านเกาะแก้วพัฒนา ตำบลเกาะแก้ว จึงได้ประสานรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลสำโรงทาบ และเทศบาลตำบลเกาะแก้ว ไประงับเหตุเพลิงไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็วเนื่องจากว่าในระหว่างที่เกิดเหตุมีกระแสลมพัดกระโชกแรงมากเจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดนานร่วมชั่วโมงควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบลงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเชือกฟางเข้าไปปิดล้อมเอาไว้เพื่อไม่ให้ชาวบ้าน เดินเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอีกครั้ง

จาการสอบถามนายลม งามนัก อายุ 79 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำ บ้านเลขที่ 23 ม.1ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านบอกว่า ตนเองอยู่บ้านคนเดียวลูกเต้าไปมีครอบครัวกันหมดแล้วและไปทำงานต่างจังหวัด ในเวลา 20.30 น. เวลาดังกล่าวตนเองกำลังจะเข้านอนและจะไปปิดสวิทย์ไฟฟ้าบังเอิญมองไปที่ตัวคัตเอาท์เกิดมีแสงระเบิดขึ้นประกอบกับมีไฟวิ่งไปตามสายไฟจนเกิดเป็นกระแสลุกไหม้ลามไปตามสายไฟฟ้าในบ้าน ทุกเส้นและเกิดประกายไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วตนเองจึงคว้าเสื้อผ้าได้จำนวน1ชุด หอบเอามากระโดดลงบันไดบ้าน พร้อมเรียกตะโกนให้ชาวบ้านเข้ามาช่วยดับไฟที่กำลังลุกไหม้ พร้อมกับได้ประสานรถดับเพลิงกว่าจะมาถึงเพลิงก็ได้ไหม้ไปเกือบหมดแล้วแต่ในที่สุดก็ไม่มีทรัพย์สิน อะไรเหลือแม้แต่ชิ้นเดียวสิ่งของที่ตกอยู่ในกองเพลิงก็ประกอบไปด้วยผ้าไหมจำนวนหลายสิบผืนและสิ่งของที่ตนเคยเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านแหนบทองคำเมื่อปี 2518 ตลอดจนเงินเก่าแก่ที่ตนเก็บเอาไว้ก็หายไปกับกองเพลิงคาดว่าน่าจะเป็นจำนวน กว่าหนึ่งแสนบาท

หลังจากเกิดเหตุนายกองโท เสนีย์ มะโน นายอำเภอสำโรงทาบ นายสมบัติ วิวาสุข นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสำโรงทาบ และนายประจวบ โนนใหญ่ ผู้สมัครนายก อบต.เกาะแก้วและเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.สำโรงทาบ เข้ามาตรวจสอบพร้อมกับได้นำเชือกฟางมาขึงกั้นที่เกิดเหตุเอาไว้เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกเดินเข้าไปภายในด้านในเพราะอยู่ในระหว่างที่จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบอีกครั้ง