เมื่อเวลา 15.30 น.วันท่ 24 พ.ย.2564 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น นำกองทัพประชาชนปกป้องสถาบัน เดินทางมาเพื่อขอพบ กับ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น แต่เจ้าตัวติดภารกิจจึงส่ง พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ สุขณรงค์ สว.(สอบสวน ) สภ.เมืองขอนแก่น มาพบและรับหนังสือ เรื่องขอให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง โฆษกสหภาพนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทยเพื่อส่งถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กรณีการชุมนุม เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 และมีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ 10 ข้อ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่าการกระทำดังกล่าว มีเจตนาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต่อมา น.ส. ปนัสยา ได้แถลงข่าวคัดค้านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว จึงเดินทางมาเพื่อขอเรียกร้องให้ผบ.ตร. ได้มีคำสั่งตามขั้นตอนกฏหมาย โดยให้สถานีตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบดำเนินคดีต่อ น.ส.ปนัสยา กับพวก ให้ถึงที่สุด

นายตุลย์ ประเสริฐศิลป์ ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นภาคพลเมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า การยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ผ่าน ผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่ สภ เมืองขอนแก่น เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ได้ก้าวล่วงและละเมิดกฏหมายอย่างร้ายแรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะคำพูดของ น.ส. ปนัสยา กับพวกเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างร้ายแรง โดยการแถลงข่าวซึ่งเป็นการกระทำที่หมินพระเกียรติอย่างสูง

“อีกประเด็น เป็นเรื่องของการกระทำที่ละเมิดอำนาจศาล คือการที่ผู้แถลงข่าวนั้นไปละเมิดอำนาจศาลโดยเฉพาะข้อกำหนดข้อที่ 10 ข้อที่ 11 ซึ่งเป็นการละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญโดยเป็นข้อระเบียบหรือข้อกำหนดของศาลรัฐธรรมนูญกำหนดออกมาในปี 2562 อันนี้ก็เข้าข่ายหมิ่นและละเมิดอำนาจศาล นอกจากนี้การกระทำที่เรียกว่าปลุกระดมยุยง ปลุกปั่น จึงเป็นการเข้าข่ายประมวลกฏหมายอาญามาตรา 116 คือการปลุกระดมปลุกปั่นให้คนกระทำความผิด และก็ได้แถลงข่าวซึ่งเป็นไปตามนั้น ซึ่งได้มีการชุมนุมกันและมีการทำผิดกฏหมายหลายฉบับ แต่ที่สำคัญก็คือมาตรา 116 ประมวลกฎหมายอาญาคือการปลุกปั่นปลุกระดมให้คนละเมิดกฎหมาย เราต้องการให้ตำรวจหรือพนักงานสอบสวนโดยเฉพาะ ผบ.ตร. ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวและพวกในการกระทำที่หมิ่นต่อสถาบันและก็ละเมิดกฏหมายอย่างร้ายแรง”