เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 22 พ.ย.64 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.ธวัฒชัย เกิดโภคทรัพย์ รอง ผบก.ภ.จว.อ่างทอง รรท ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี พ.ต.อ.วิศิษฏ์ มะอักษร ผกก.ปพ.ฯ พ.ต.ท.ศุกรีย์ เลิศวงหัด รอง ผกก.สส.ฯ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วิชาญ วันทะมาศ สว.สส.ฯ, พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายไกรวิชญ์ อิสระ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 726 ซอยพหลโยธิน 87 ซอย 6 แยก 3 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานีพร้อมด้วยของกลางคือ ปืนไทยประดิษฐ์แบบหักลำขนาด .38 พร้อมเครื่องกระสุน .38 มม. 3 นัด ปืนไทยประดิษฐ์ยี่ห้อกล๊อกกึ่งอัตโนมัติขนาด .380 มม. พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 3 อัน ปืนไทยประดิษฐ์ยี่ห้อโคลท์กึ่งอัตโนมัติขนาด .380 มม. พร้อมแม็กกาซีน จำนวน 2 อัน 4.ปืนไทยประดิษฐ์ยี่ห้อโคลท์กึ่งอัตโนมัติขนาด .380 มม. 5.เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 มม. จำนวน 3 นัด และเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 มม. จำนวน 45 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 45 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .45 มม. จำนวน 1 นัด และอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ดัดแปลงอาวุธปืน โดยกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า บริเวณหน้าอู่พี.เอน.พี กิจเจริญการช่าง ต.บางพูน อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี จะมีการซื้อขายอาวุธปืนและส่งมอบอาวุธปืนบริเวณหน้าอู่ดังกล่าว เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่สายลับแจ้งเมื่อไปถึงบริเวณตามที่สายลับแจ้ง พบชายท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจสอบชายดังกล่าว จากการตรวจสอบทราบว่าชายดังกล่าวคือนายไกรวิชญ์ อิสระ (ทราบชื่อภายหลัง) อายุ 18 ปี ผลการตรวจค้น พบ ปืนไทยประดิษฐ์แบบหักลำขนาด .38 มม. พร้อมเครื่องกระสุน .38 จำนวน 3 นัด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ นายไกรวิชญ์ฯให้การยอมรับว่าของกลางดังกล่าวเป็นของตนเองจริง และยังยอมรับอีกว่ายังมีปืนแบบไทยประดิษฐ์เก็บซุกซ่อนไว้ภายในห้องของตนเอง ที่บ้านเลขที่ 169/11 หมู่บ้านวราสิริ ม.3 ต.หลักหก อ.เมือง จ.ปทุมธานี อีก จำนวน 3 กระบอก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ จากการตรวจค้นพบอาวุธปืนแบบไทยประดิษฐ์และเครื่องกระสุนปืน พร้อมเสื้อผ้าอาชีวะหลายตัว อยู่ภายในห้องนอนของนายไกรวิชญ์ฯ

จากการสอบสวน นายไกรวิชญ์ฯ ให้การยอมรับว่าเป็นของตนเองจริง ตนเองเป็นคนชอบเก็บสะสมปืน และดัดแปลง โดยปืนของกลางดังกล่าวตนเองได้ซื้อมาจากนายนัด (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) พักอาศัยอยู่ กทม.เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มนักศึกษาอาชีวะผ่านทางผ่านกลุ่มไลน์-เฟสบุ๊ค กระบอกละ 5000-10000 บาทขึ้นอยู่กับปืนแต่ละชนิด เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
โดย ผบช.ภาค1ได้สั่งการให้ตำรวจทุกสถานีในพื้นที่ เร่งกวาดล้างและจับกุมอาวุธปืนเถื่อน ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากที่ได้เกิดคดีใช้อาวุธปืนก่อเหตุสะเทือนขวัญขึ้นอย่างต่อเนื่อง