โควิดไทยขึ้นเล็กน้อย! พบติดเชื้อรายใหม่ 10,064 ราย เสียชีวิต 82 ราย ด้าน "ศปก.ศบค." ชงปรับพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 24 จว. ปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 5 ทุ่ม-ตี 3 มีผล 16 ต.ค. ส่วน"สุพัฒนพงษ์" เล็งจัดเคาท์ดาวน์ปีใหม่ "ภูเก็ต" ขอทุกฝ่ายร่วมมือเดินหน้าเปิดปท.

เมื่อวันที่ 13 ต.ค.64 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงาน ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 10,064 ราย จำแนกเป็น ติดเชื้อรายใหม่ 9,946 ราย ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 118 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม มีจำนวน 1,711,565 ราย หายป่วยกลับบ้านได้ 10,988 ราย เสียชีวิต 82 ราย รวมยอดเสียชีวิตสะสมมีจำนวน 17,823 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ในวันที่ 14 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นประธานการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 หลังจากผ่อนคลายและปรับมาตรการกิจการกิจกรรมต่างๆ ครบ 14 วัน โดยศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) จะเสนอให้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่พิจารณาผ่อนคลายเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาปรับระดับสีใหม่ให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดหรือสีแดงเข้ม เหลือจำนวน 24 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดหรือพื้นที่สีแดง จำนวน 29 จังหวัด และพื้นที่ควบคุมหรือสีส้ม จำนวน 24 จังหวัด รวมทั้งเสนอให้พิจารณาเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกเคหสถาน หรือเคอร์ฟิว โดยเสนอให้ขยับเวลาจากเดิม 22.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เป็น 23.00-03.00น. ของวันรุ่งขึ้น ไปอีก 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-31 ต.ค.64

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนกิจการกิจกรรมในพื้นที่สีแดงเข้มจะเสนอให้ผ่อนคลายและปรับมาตรการคือ ให้สามารถจัดการประชุม รวมถึงงานประเพณีในศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม หรือสถานที่จัดนิทรรศการ และสถานที่ลักษณะเดียวกันในห้างสรรพสินค้าหรือโรงแรมได้ โดยปรับจำนวนการรวมกลุ่มคนตามระดับพื้นที่สีโดยให้พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 50 คน พื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 100 คน พื้นที่ควบคุม ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 200 คน พื้นที่เฝ้าระวังระวังสูง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 300 คน และพื้นที่เฝ้าระวัง ห้ามจัดกิจกรรมรวมคนมากกว่า 500 คน รวมถึงให้เปิดสถานดูแลผู้สูงอายุแบบไป-กลับได้ แต่ต้องได้รับการพิจารณาอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ ซึ่งกิจการกิจกรรมที่จะปรับมาตรการในครั้งนี้ให้เปิดดำเนินการได้ไม่เกินเวลา 22.00 น.นอกจากนี้ จะเสนอให้ที่ประชุม ศบค.พิจารณาแนวทางการเปิดประเทศเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ 10 ประเทศแบบไม่ต้องกักตัว อีกทั้งจะมีการเสนอมาตรการแนวทางการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อรองรับการเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในวันที่ 1 พ.ย. 64

ขณะที่ รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เต็มคณะเมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ได้สอบถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ถึงเรื่องยาโมลนูพิราเวียร์ที่ใช้รักษาโควิด-19 ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร โดย นายอนุทิน กล่าวว่า อยู่ระหว่างการทำสัญญาเจรจากับผู้ขาย ส่วนที่ได้มาแล้วก็นำมารักษาเพื่อทำการทดลอง พล.อ.ประยุทธ์จึงสั่งเร่งรัดว่า ให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะตอนนี้ต้องการลดอัตราการเสียชีวิต แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมียารักษาโควิด-19 ก็ต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 ควบคู่ไปด้วย

ด้าน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าเปิดประเทศว่า ทุกภาคส่วนต้องมาหารือพูดคุยกัน โดยเฉพาะประชาชนต้องมีการเตรียมความพร้อม ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอยู่
เมื่อถามถึงการจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ปีใหม่ครั้งนี้จัดได้หรือไม่ นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้เตรียมการไว้ในพื้นที่จ.ภูเก็ต จะสามารถจัดกิจกรรมเคาท์ดาวน์ในช่วงปีใหม่ได้ และหากพื้นที่ไหนมีความพร้อมก็สามารถเสนอขึ้นมาได้