เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (15 ก.ย.64) ที่ชมรมทนายความจิตอาสา ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทนายเกียรติคุณ ต้นยาง หรือทนายโป้งได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.เพ็ญพิไล บุญเสร็จ อายุ 28 ปี อาชีพผู้ช่วยสัตวแพทย์ ถูกนายจ้างไล่ออกจากโรงพยายาลสัตว์แห่งหนึ่งย่านท่าอิฐ ต.บางรักน้อย อ.เมืองนนทบุรี หลังจากลางานไปฝากครรภ์วันที่ 6 ก.ย.64 เนื่องจากมีอาการแพ้ท้อง แต่โดนใบเตือนจากที่ทำงานส่งมาในวันที่ 13 ก.ย.64 และถูกนายจ้างส่งใบไล่ออกให้ในวันที่ 14 ก.ย 64 จึงเดินทางมาพบทนายโป้งเพื่อขอความเป็นธรรม

น.ส.เพ็ญพิไล เล่าว่า ตนพึ่งรู้ว่าตัวเองตั้งครรภ์ จึงขอลาไปหาหมอเมื่อวันที่ 6 ก.ย64 ทุกอย่างเรียบร้อยดี ถัดมาวันที่ 11 ก.ย.64 เกิดมีอาการแพ้ท้องตอนเช้า จึงขอลาต่อ2วัน และเดินทางไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพ ตนจึงกลับเข้าไปทำงานวันที่ 13 ก.ย.64 ทางหมอที่โรงพยาบาลเรียกเข้าไปพบพร้อมด้วยผู้จัดการและให้เซ็นใบเตือนและเลื่อนการประเมินผ่านงานให้เรา ทั้งที่เราทำงานเกิน120 วันแล้ว ตนจึงรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งๆที่ตนตั้งท้องอยู่ จึงเข้าไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากกลับเข้ามาทางผู้จัดการที่เป็นสามีของคุณหมอเข้ามาชี้หน้าด่าและไล่ตน(ตามคลิป) และทางโรงพยาบาลส่งใบลาออกให้ตนวันที่ 14 ก.ย.64 จึงอยากเข้ามาหาทนายเพื่อขอความเป็นธรรมของตนและลูกในท้อง และอีกสาเหตุที่ตนรับไม่ได้คือเดือนหน้าหมอนัดตนให้ไปตรวจท้องแต่ทางโรงพยาบาลสัตว์ที่คนทำงานอยู่ไม่ให้ไป ซึ่งตนก็ไม่เข้าใจเพราะไม่เคยมีปัญหากับเขามาก่อน ตอนนี้ไปยื่นเรื่องที่กรมแรงงานแล้วทางกรมแรงงานบอกว่าจะเรียกคุณหมอเข้ามาพบอีกที ถ้าวันไหนที่ตนลาตนจะบอกทุกครั้งตามกฏของโรงพยาบาล ตอนนี้ก็ต้องกลับไปทำงานต่อเพราะยังไม่ได้เซ็นต์ใบลาออก แต่ทางผู้จัดการบังคับให้เซ็นต์และข่มขู่ว่าถ้าไม่เซ็นจะแจ้งหนังสือให้พ้นสภาพการทำงาน ตนรู้สึกว่ามันไม่ดีที่มารังแกคนท้องแบบนี้ ก็ยังห่วงลูกด้วยเพราะตนเครียดมาก

ทางด้านทนายโป้ง กล่าวว่า เบื้องต้นตนให้ข้อแนะนำตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานมาตรา 4.3 ที่บัญญัติไว้ว่า ห้ามไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างหญิงด้วยเหตุการตั้งครรภ์ จะไม่สามารถเลิกจ้างได้ ถ้าในเวลางานมีปัญหาของการแพ้ท้องมีมาตรา 4.2 ระบุว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์มีปัญหาปฏิบัติหน้าที่ในระหว่างการทำงานแพ้ท้อง สามารถบอกนายจ้างขอเปลี่ยนหน้าที่ในการทำงานได้ เพื่อทำงานให้เหมาะสม ถ้านายจ้างไม่ปฏิบัติตามจะผิดกฏหมายในมาตรา 104.4 ห้ามไม่ให้นายจ้างฝ่าฝืนในมาตรา 4.2 และ 4.3 ทั้งหมดนี้มีโทษทางอาญาจะต้องระวังจำคุกไม่เกิน6เดือนและปรับไม่เกิน 1 แสนบาท อยากให้นายจ้างและลูกจ้างเข้ามาคุยกันในฐานะที่ร่วมงานกันมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และผ่านการทดลองรับบรรจุเป็นพนักงานของที่นี่แล้ว สิ่งที่น้องเขาไปร้องที่แรงงานยังคงไม่ครบถ้วนจะให้น้องไปยื่นเรื่องเพิ่มเติมเพราะยังขาดสาระสำคัญอยู่ ตอนนี้อยากให้นายจ้างเข้ามาคุยเพราะน้องท้องอยู่ ตนเห็นใจเป็นอย่างมากเพราะอาจเกิดภาวะต่างๆทั้งจิตใจและลูกในครรภ์