อัตราหายป่วยมากกว่าติดเชื้อใหม่ แต่ยอดเสียชีวิตยังคงสูง และส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมากถึง 96 ราย และมีโรคเรื้อรัง 28 ราย คิดเป็น 92% ของยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมด  ทั้งนี้การติดเชื้อใหม่ใน 71 จังหวัด พบป่วย 6,650 ราย ส่วนในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล พบป่วยอีก 4,860 ราย โดยกทม.ยังพบติดเชื้อรายวันสูงสุด 2,788 ราย ตายสูงสุด 28 ราย ขณะที่วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 11,786 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในปท. 11,781 ราย มาจากต่างประเทศ 5 ราย วันนี้มีรายงานลอบเข้าประเทศตามช่องทางธรรมชาติ 1 ราย จากกัมพูชา ส่วนยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 271 ราย รักษาหาย 14,738 ราย ยังรักษาอยู่ 129,025 ราย มีผู้ป่วยอาการหนัก 4,080 ราย และมีอาการโคม่าต้องใส่เครื่องช่วยหายใจจำนวน 818 ราย วันที่ 14 ก.ย.2564 ศูนย์ข้อมูลCOVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 11,786 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,781 ราย (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพ 10,345 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 1,165 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 271 ราย) และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 5 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63  รวม 1,406,542 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 783 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมีจำนวน 12,569 ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 136 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 14,621 ราย หายป่วยอีก 14,738 ราย รวมยอดรักษาหาย 1,263,115 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 129,025 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.37,283 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 91,742 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 4,080 ราย มีผู้ป่วยหนักนี้ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 818 ราย ผู้เสียชีวิต จำนวน 136 ราย เป็นเพศชาย 78 ราย เพศหญิง 58 ราย อายุ 14-98 ปี อยู่ในพื้นที่ กทม.มากที่สุด 28 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต โรคอ้วน ติดเตียง ซึ่งเป็นโรคประจำตัวที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น  โดยในจำนวนนี้ เป็นการติดเชื้อในพื้นที่ 133 ราย อาศัยในพื้นที่เสี่ยง 59 ราย และเป็นการติดจากคนในครอบครัว 8 ราย และคนอื่นๆ เพื่อน เพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก 64 ราย