วันที่ 26 ส.ค.นายนพดล ปัทมะ ประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนของรัฐบาลว่าหลายฝ่ายกังวลว่าวัคซีน mRNA ที่จัดซื้ออาจไม่พอ เนื่องจากมีคนไทยจำนวนมากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรก และคนที่ฉีดครบ 2 เข็มต้องฉีดเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นเด็กนักเรียนยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจึงยังกลับไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนไม่ได้ การเรียนออนไลน์กระทบการเรียนรู้อย่างมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

แต่ตนก็อัศจรรย์ใจว่าทำไมรัฐบาลยังแก้ปัญหาเรื่องวัคซีนยังไม่สำเร็จ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องสามัญสำนึกและมีคนวิจารณ์เรื่องนี้เต็มไปหมด รัฐบาลน่าจะตระหนักและระดมสรรพกำลังแก้ปัญหาโควิด 19 ให้คนไทยไม่ติดและไม่ตายรายวันจำนวนมากเฉกเช่นที่เป็นอยู่

โดยตนกังวลว่า 1.ทำไมไม่ รีบซื้อวัคซีน mRNA และชนิดและยี่ห้ออื่นๆ เพิ่มมากกว่าที่จองซื้อไปแล้ว อย่าพร่ำบอกว่าปีหน้า 2565 จะได้วัคซีนเพิ่มเท่านั้นเท่านี้ คนไทยต้องการวัคซีนเดี๋ยวนี้ ปีนี้ อยากฟังผลงาน ไม่ใช่แผนงาน 2.ถ้ามีวัคซีนที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เด็กควรได้รับการฉีดวัคซีนปีนี้ ไม่ใช่รอไปปีหน้า 2565 ตามที่แถลง เพื่อนำไปสู่การเปิดโรงเรียน ไปดูประเทศอื่นเขาทำอย่างไร และใครจะรับผิดชอบการถดถอยทางการเรียนรู้ของเด็กจากการเรียนออนไลน์เพราะเปิดโรงเรียนยังไม่ได้ ล่าสุดเห็นผู้บริหารกระทรวงศึกษาฯ บอกจะเริ่มฉีดปลายกันยายนนี้ ต้องรอดูว่าจะทำได้หรือไม่

3.การจัดซื้อเครื่องตรวจโควิดแบบด่วนหรือ ATK น่าจะไม่ซับซ้อนอะไร และรู้ๆอยู่ว่าต้องใช้ ATK เพื่อเร่งตรวจคู่กับการล็อกดาวน์ แต่ก็มีประเด็นล่าช้าออกไปโดยไม่จำเป็น เรื่องง่ายๆ ยังทำได้แบบนี้ เรื่องยากกว่านี้จึงเป็นอย่างที่เห็นอยู่

"ฝากถึงรัฐบาลว่าอำนาจและความสามารถในการแก้ปัญหาโควิด 19 จะช่วยชีวิตคนไทยได้ ทุ่มเทมากขึ้น อย่าให้คนไทยทุกข์ยากแสนสาหัสอย่างนี้เลย"