นับเป็นโศกนาฏกรรมอีกครั้ง ที่เกิดขึ้นกับวงการอาสากู้ภัย ในการช่วยดับเพลิงไหม้ ภายในโรงงานหมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ส่งผลทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเสียชีวิต 1 ราย คือ นายกรสิทธิ์ ราวพันธ์ อายุ 19 ปี หรือ พอส ธน 28-78 อาสาสมัครฯหน่วยสมเด็จเจ้าพระยา ธน 28-18 ฐานเทคโน ที่มุ่งมั่น ไม่กลัวความตาย เข้าฉีดน้ำสกัดเปลวเพลิงที่รุกไหม้อย่างรุนแรง ท่ามกลางเสียงระเบิดของถังเคมีขนาดใหญ่อยู่ตลอดเวลา ทีมข่าวอาชญากรรมสยามรัฐ ลงเกาะติดสำรวจความเสียหาย ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ไม่เพียงพบภาพสะเทือนใจ ซากปรักหักพัง ที่จะตามมาด้วยผลกระทบมากมาย ทั้งสิ่งแวดล้อม สุขภาพ แต่ยังได้เห็นความเข้มแข็ง และเสียสละของคนหลายกลุ่ม โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และอาสาสมัครดับเพลิง ต้องยอมรับว่า “การเผชิญเหตุไฟไหม้” ที่ไม่ใช่การไฟไหม้ธรรมดา เพราะมีทั้งเปลวเพลิง และการระเบิดของสารเคมีขนาดใหญ่ จำเป็นต้องมีการระดมผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ มาช่วยจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิง อาสากู้ภัย โดยการช่วยสกัดเปลวเพลิงภายในโรงงานหมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ในครั้งนี้ “ทีมข่าวสยามรัฐ” ได้สังเกตเห็น เจ้าหน้าที่กู้ภัยกลุ่มหนึ่ง โดยสวมเครื่องแบบที่มีตราสัญลักษณ์เซเว่น อีเลฟเว่น เข้าไปช่วยงาน ด้วยความทุ่มเทอย่างมืออาชีพ ทำให้ชวนอยากทำความรู้จัก และเมื่อได้สอบถาม จึงพบว่า คนกลุ่มนี้ คือ ทีมของร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น ที่มีอยู่ทุกชุมชนของประเทศไทย โดย นายสมภพ ตะราษี ผู้จัดการทั่วไป บริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่นเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีม เข้าไปช่วยเหลือเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เปิดใจถึงที่มา ที่ไปของดับเพลิงเซเว่น มาจากแนวคิดของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ. ซีพี ออลล์ เมื่อปี 2541 ที่ต้องการให้มีหน่วยงานภายใน เพื่อให้ความรู้กับพนักงานเกี่ยวกับการป้องกัน และระงับอัคคีภัย เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่ว่าสถานประกอบการต้องมีการอบรมดับเพลิงขึ้นต้นให้กับบุคลากร อย่างน้อยร้อยละ 40 ด้วยบุคลากรขององค์กรมีจำนวนมาก การประสานวิทยากรมาอบรมจากภาครัฐก็ไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาของการจัดตั้งส่วนงานจัดการสาธารณภัยขึ้น โดยภารกิจเบื้องต้น คือ เป็นวิทยากรให้พนักงานในองค์กร บริษัทในกลุ่ม รวมทั้งในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ปัจจุบันมีวิทยากรที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกว่า 10 คน กว่า 20 ปี ของทีมดับเพลิงเซเว่นฯ ไม่เพียงมีภารกิจให้ความรู้ภายในองค์กร แต่ยังขยายไปในสังคมโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นสถานศึกษา หน่วยงานราชการ วัด ตลอดจนกลุ่มเปราะบาง อย่างโรงเรียนโสตฯ สถานสงเคราะห์เด็ก โดยเข้าไปทำแผนซ้อมดับเพลิง และอพยพหนีไฟให้สถานที่ต่างๆ เพื่อเตรียมรับมือหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขณะที่ทีมวิทยากรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ไม่ได้มีเพียงความรู้ภาคทฤษฏี แต่ประสบการณ์จริงต้องถือว่าแน่นเพียบ เพราะร่วมในสมาคมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเป็นเครือข่ายของประชาชน และเอกชนที่เป็นอาสาสมัครซึ่งมีเครือข่ายทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มารวมตัวกันด้วยความมุ่งมั่นช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ให้กับคนในสังคม ที่ผ่านมา ทีมดับเพลิงเซเว่นฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในภารกิจน้อยใหญ่จำนวนมาก อาทิ เหตุเพลิงไหม้ตึกใบหยก เหตุเพลิงไหม้ชุมชนคลองเตย ล่าสุดเหตุเพลิงไม้ ย่านกิ่งแก้ว ภายในโรงงานหมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ใน ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ หนึ่งใน “ดับเพลิงเซเว่นฯ” ได้กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ ว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุประมาณ 03.00น. ของวันที่ 5 ก.ค.64 ทีมดับเพลิงทุกคน ได้รีบรุดไปยังจุดเกิดเหตุทันที เมื่อเวลา 04.00น. พร้อมนำน้ำดื่มเข้าสนับสนุน และเครื่องดื่มบำรุงกำลังให้เจ้าหน้าที่หลัก ที่ปฏิบัติงานเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น และนำกำลังพลเข้าเสริมสลับสับเปลี่ยนในการช่วยดับเพลิง เพราะปริมาณเพลิงในขณะนั้น จำเป็นต้องมีกำลังคนสลับสับเปลี่ยนกันเข้าไป โดยทีมดับเพลิงเซเว่นฯ ได้เข้าไปช่วยฉีดน้ำสกัด แม้จะยังไม่สามารถดับได้ทั้งหมด แต่ก็ภาคภูมิใจ ที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเหตุการณ์ในครั้งนี้ ดับเพลิงแม้จะเป็นหน่วยงานเล็กๆในองค์กรแต่ก็มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการแสดงถึงความห่วงใยพนักงาน รวมทั้งชุมชน สังคม แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่ไม่ได้มองแค่ผลกระทบของภัยพิบัติที่อาจจะเกิดขึ้นต่อองค์กรอย่างเดียว แต่ยังมองถึงการสร้างความปลอดภัยและยั่งยืนไปสู่สังคมโดยรวมด้วย ทุกครั้งที่เกิดเหตุ ชาวบ้านเห็นก็จะเรียกว่า ดับเพลิงเซเว่นฯ มาแล้ว ตรงนี้คือความภูมิใจของทีมดับเพลิงเซเว่นฯ ทุกคนที่ยึดปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” เป็นแนวปฏิบัติตลอดมา