เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ร่วมกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พาณิชย์จังหวัดอุดรธานี ติดตามความคืบหน้าโครงการ “จับคู่กู้เงิน” ที่ศูนย์ประชุมมลฑาทิพย์ฮอลล์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ถือเป็นความภาคภูมิใจของกระทรวงพาณิชย์ที่เข้ามามีส่วนร่วมบรรเทาทุกข์ให้กับร้านอาหารที่ทั่วประเทศมีร้านอาหารจดทะเบียนอยู่ทั้งหมด 120,000 ราย ประกอบด้วยจดทะเบียนนิติบุคคลกับจดทะเบียนบุคคลธรรมดา ในช่วงที่ผ่านมาในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้รับคำร้องเรียนและประสานงานจากสมาคมที่เป็นตัวแทนหลายสมาคม อยากเห็นรัฐบาลยื่นมือเข้ามาช่วยต่อลมหายใจให้กับร้านอาหารทั่วประเทศอย่างน้อยในช่วงวิกฤติโควิดและภาวะเศรษฐกิจที่ยังเดินหน้าเต็มร้อยไม่ได้ เพราะคนจำนวนมากอยู่กับบ้านและร้านอาหารในหลายพื้นที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดขายหรือทานในร้านไม่ได้ หรือบางร้านขายเครื่องดื่มบางชนิดไม่ได้ ทำให้ยอดขายตกหลายร้าน ต้องขายผ่านระบบเดลิเวอรี่จึงประสบความทุกข์ยาก ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์จึงยื่นมือเข้ามาช่วย 1.สำหรับร้านที่ขายผ่านระบบเดลิเวอรี่ได้ประสานงานกับแพลตฟอร์ม 5 แพลตฟอร์ม ลดค่าจีพีให้กับร้านอาหารจาก 30-35% เหลือ 25% และลดราคาจำหน่ายอาหารเป็นสูงสุด 60% ลดค่าขนส่ง 3-5 กิโลเมตรแรกจาก 40 บาทเหลือ 0 บาทจาก 4 แพลตฟอร์ม Robinhood Gojek Grab และ foodpanda โดยวันนี้เราจัดโครงการ”จับคู่กู้เงิน”สถาบันการเงินกับร้านอาหาร ให้ร้านอาหารที่กำลังจะสิ้นลมให้ต่อลมหายใจเข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำและเงื่อนไขผ่อนปรนที่บางกรณีไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ เริ่มเมื่อวันที่ 7-20 มิถุนายน 2564 สำหรับจังหวัดอุดรธานีได้รับของร่วมมือจากพาณิชย์จังหวัดและทีมเซลล์แมนจังหวัดและสถาบันการเงินทั้ง 5 แห่งช่วยกันอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องร้านอาหารเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้สะดวกขึ้น ตั้งแต่วันที่ 17-20 มิถุนายน 2564 เพื่อให้พี่น้องได้มีโอกาสกู้เงินไปต่อลมหายใจ โดยตนได้ขอให้ดูเงื่อนไขผ่อนปรน เช่นให้ดูสถานะการเงินก่อนโควิดมาใช้พิจารณา เป็นต้น สำหรับจังหวัดอุดรธานีได้มีผู้ยื่นขอสินเชื่อรวม 373 ราย วงเงินขอสินเชื่อรวม 307 ล้านบาท โดยอนุมัติแล้ว 144 ล้านบาท ประกอบด้วยธนาคารออมสิน ยื่นขอสินเชื่อ 112 รายวงเงิน 82 ล้านบาท กรุงไทยขอสินเชื่อ 89 ราย วงเงิน 54 ล้านบาท SME D Bank ขอกู้ 80 รายวงเงิน142 ล้านบาท ธ.ก.ส.ขอกู้ 9 รายวงเงิน 15 ล้านบาท และ บสย.ขอกู้ 83 ราย วงเงิน 15 ล้านบาท