เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. 64 ที่ศาลอาญา รัชดา ดร.เซปิง ไชยศาส์น ประธานโครงการศัลยกรรมความงามเฟซออฟ ได้เดินทางมายื่นฟ้องนายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความที่เคยไปออกรายการทีวีช่องหนึ่งในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ทุจริต หลอกลวง บิดเบือน หรือปลอมข้อมูลทั้งหมด หรือแต่บางส่วน ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

ดร.เซปิง กล่าวว่า วันนี้ได้มายื่นฟ้อง นายภิญโญภัทร์ ชิดตะวัน ทนายความ เนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา นายภิญโญภัทร์ ได้นำข้อมูลและให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายสำนักอันเป็นเท็จ บิดเบือนความจริง กล่าวหาว่า ดร.เซปิงเป็นเจ้าหนี้นอกระบบฟ้องเรียกหนี้จากลูกหนี้ในลักษณะทำนองเป็นองค์กรอาชญากรรม ซึ่งนายภิญโญภัทร์ไม่ได้เป็นทนายความของลูกหนี้แต่กลับมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน
นายภิญโญภัทร์ เป็นทนายความคดีที่ศาลอุทธรณ์เพิ่งตัดสินและคดียังไม่ถึงที่สุด แต่นายภิญโญภัทร์กลับนำภาพถ่ายตลอดจนข้อมูลอันเป็นเท็จส่งให้แก่สื่อต่างๆ โดยมีเจตนาทำให้ ดร.เซปิง ได้รับความเสียหาย จึงมาใช้สิทธิฟ้องคดี นายภิญโญภัทร์ ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดอาญาต่อ ดร.เซปิงมาแล้วถึง 2 คดี รวมถึงคดีนี้ก็เป็น 3 คดี

คดีที่ 1 เป็นเรื่องของการหมิ่นประมาทออกรายการโหนกระแส คดีหมายเลขดำที่ อ.1693/2562 คดีที่ 2 เป็นคดีที่มีการฟ้องเป็นคดีแพ่งแต่ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลนายภิญโญภัทร์ได้ลักขโมยเอกสารสำคัญของ ดร.เซปิงเอาไปเก็บซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าส่วนตัว นายภิญโญภัทร์ปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไป แต่ศาลไม่เชื่อสั่งให้ค้นกระเป๋า ก็พบเอกสารที่หายไปซึ่งเป็นการจับได้คาหนังคาเขาอันเป็นการกระทำอุกอาจต่อหน้าศาลในระหว่างพิจารณาคดี ตามคดีหมายเลขดำที่ อ.513/2564 ซึ่งศาลนัดไต่สวนวันที่ 4 ตุลาคม 2564 นี้ และ พฤติการณ์ของนายภิญโญภัทร์ ดร.เซปิงก็จะดำเนินการร้องต่อสภาทนายความเพื่อขอให้เพิกถอนใบอนุญาตว่าความต่อไป

ส่วนเรื่องที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาในคดีนี้นั้น เกิดจากทนายความของ ดร.เซปิง หลงลืมใช้สิทธิอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะเห็นได้จากคำพิพากษาว่า ดร.เซปิง ไม่ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ดร.เซปิงต้องใช้สิทธิอุทธรณ์อย่างแน่นอน แต่ระหว่างนี้ ดร.เซปิง ก็ยังมีสิทธิที่จะขออนุญาตต่อศาลฎีกาเพื่อฎีกา ซึ่ง ดร.เซปิงก็จะได้นำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่อศาลฎีกาและที่ผ่านมาตนเองเคารพคำวินิจฉัยของศาลทุกชั้นศาล

Life IF