วันที่ 10 มิถุนายน 2564 เวลา 14.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวเปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน ว่า (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) มีผู้ต้องขังติดเชื้อรายใหม่ จำนวน 102 ราย รักษาหายเพิ่ม 505 ราย เสียชีวิต 1 ราย ทำให้มีผู้ต้องขังติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 11,454 รายภาพรวมสถานการณ์การแพร่ระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน พบว่ามีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น 2 แห่ง รวมเป็นจำนวน 129 แห่ง ขณะที่ยังพบการแพร่ระบาด 12 แห่งคงเดิม และมียอดผู้ติดเชื้อที่หายป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดหายป่วยสะสมแล้ว 18,538 ราย หรือ 61% ของผู้ติดเชื้อสะสม 30,171 ราย และคาดว่าจะมีผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่มีมากถึง 90 % ของผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ระหว่างการรักษาทั้งหมด

ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ ยังคุมเข้มใน 4 มาตรการ คือ 1.การป้องกันอย่าให้เชื้อเข้าสู่เรือนจำ/ทัณฑสถาน 2.การรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดการเสียชีวิต 3.การป้องกันไม่ให้นำเชื้อจากเรือนจำ/ทัณฑสถานที่พบการแพร่ระบาดออกสู่ภายนอก และ 4. การสร้างภูมิคุ้มกันโรคในผู้ต้องขังด้วยการฉีดวัคซีน ที่ต้องเร่งกระจายวัคซีนโดยเฉพาะในพื้นที่สีแดง และเรือนจำ/ทัณฑสถานขนาดใหญ่ ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยได้เน้นย้ำให้เรือนจำ/ทัณฑสถานเร่งดำเนินการตามแผนการฉีดวัคซีน ที่ต้องเร่งประสานขอความร่วมมือโรงพยาบาลแม่ข่าย หรือสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ในการฉีดวัคซีนให้แล้วเสร็จ ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้กำชับเป็นพิเศษ ในการบริหารจัดการวัคซีนแก่ผู้ต้องขังให้ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ต้องขังโดยเร็วที่สุด

นายอายุตม์ กล่าวอีกว่า กรมราชทัณฑ์ ได้ดำเนินการฉีดวัคซีน แก่ผู้ต้องขังไปแล้ว 21,376 ราย ในเรือนจำ/ทัณฑสถาน จำนวน 11 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2564) คือ เรือนจำกลางสมุทรปราการ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษปทุมธานี เรือนจำกลางระยอง เรือนจำกลางนครปฐม เรือนจำพิเศษพัทยา ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ทัณฑสถานหญิงกลาง เรือนจำอำเภอไชยา เรือนจำอำเภอธัญบุรี เรือนจำพิเศษมีนบุรี และเรือนจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

โดยมีเรือนจำ/ทัณฑสถานที่ได้รับวัคซีนไปแล้ว อยู่ระหว่างดำเนินการ 28 แห่ง คือ เรือนจำจังหวัดปทุมธานี สถานกักขังกลางจังหวัดปทุมธานี เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เรือนจำกลางชลบุรี เรือนจำกลางราชบุรี เรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี เรือนจำกลางเพชรบุรี เรือนจำกลางเชียงใหม่ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี เรือนจำอำเภอทุ่งสง เรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร เรือนจำกลางเขาบิน เรือนจำจังหวัดระนอง เรือนจำกลางตาก เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานบำบัดพิเศษพระนครศรีอยุธยา ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางเขาบิน ทัณฑสถานหญิงชลบุรี เรือนจำอำเภอปากพนัง เรือนจำอำเภอแม่สอด เรือนจำกลางคลองเปรม ทัณฑสถานหญิงธนบุรี เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำพิเศษธนบุรี และทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้

กรณีผู้ต้องขังที่เสียชีวิต 1 รายในวันนี้ นายอายุตม์ฯ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 48 ปี จากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง มีโรคประจำตัว ความดันโลหิตสูง ตับอักเสบร่วมกับภาวะตับแข็ง แพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการให้ยา Favipiravir ฉีดยาปฏิชีวนะ และให้สารน้ำทางหลอดเลือด อาการยังคงทรุดลง ไม่ตอบสนองต่อการรักษาและเสียชีวิตโดยกรมราชทัณฑ์ ได้ประสานญาติ และดำเนินการตามกระบวนการส่งศพของผู้เสียชีวิต เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอย่างปลอดภัย
ตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19

สำหรับญาติที่ต้องการสอบถามเกี่ยวกับผู้ต้องขังที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของแต่ละเรือนจำ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่เรือนจำ/ทัณฑสถานทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลข 02-9673383, 02-9672222 ต่อ 199

Life IF