เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ ทำให้ยังมีพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงนี้ของประเทศไทยเป็นช่วงของฤดูกาลเพาะปลูกซึ่งมีพื้นที่การเกษตรจำนวนกว่า 149 ล้านไร่ โดยอยู่ในเขตชลประทานกว่า 30 ล้านไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทานจำนวนกว่า 110 ล้านไร่ เป็นพื้นที่การเกษตรที่ต้องอาศัยน้ำจากน้ำฝนกรมฝนหลวงและการบินเกษตรร่วมกับกองทัพอากาศและกองทัพบก จึงยังคงตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 13 หน่วยปฏิบัติการ กระจายตัวอยู่ทั่วภูมิภาคของประเทศไทยเพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและลดความเสียหายจากการขาดแคลนน้ำในช่วง ฤดูกาลเพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง โดยผลจากการปฏิบัติการฝนหลวงเมื่อวานนี้ ได้ขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 4 หน่วยปฏิบัติการ ทำให้มีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรบางส่วนของ จ.อุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร กาญจนบุรี สุพรรณบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำให้กับพื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ จำนวน 5 แห่ง

นายสุรสีห์ กล่าวเพิ่มอีกเติมว่า สำหรับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้มีการปรับแผนการตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 2 หน่วยฯ โดยปรับแผนย้ายหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ มาตั้งอยู่ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุรินทร์ และปรับแผนย้ายหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุดรธานี มาตั้งอยู่ที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ขอนแก่น ทั้งนี้ เพื่อให้การวางแผนปฏิบัติการฝนหลวงเกิดประสิทธิภาพและครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายมากยิ่งขึ้น ในส่วนของการติดตามสภาพอากาศในช่วงเช้าวันนี้ จากผลการตรวจสภาพอากาศจากสถานีเรดาร์ฝนหลวงทั่วประเทศ พบว่า มีบริเวณพื้นที่ภาคกลาง และภาคใต้ เข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง ในเช้าวันนี้จึงมีการวางแผนขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 6 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง ดังนี้

-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.กาญจนบุรี มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.กาญจนบุรี จ.สุพรรณบุรี พื้นที่ลุ่มรับน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ และเขื่อนศรีนครินทร์
-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.อุบลราชธานี มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.อำนาจเจริญ และ จ.ยโสธร
-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุรินทร์ มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.บุรีรัมย์
-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.นครราชสีมา มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.นครราชสีมา
-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สระแก้ว มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.สระแก้ว จ.ปราจีนบุรี จ.นครนายก และพื้นที่ลุ่มรับน้ำอ่างเก็บน้ำคลองสียัด
-หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเป้าหมายช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร จ.เพชรบุรี

อย่างไรก็ตาม อีก 7 หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จะยังคงติดตามสภาพอากาศตลอดทั้งวัน โดยหากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงเข้าเงื่อนไขการปฏิบัติการฝนหลวง จะขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่เป้าหมายต่อไป ทั้งนี้ พี่น้องเกษตรกรและประชาชน สามารถขอรับบริการฝนหลวงและติดตามข้อมูลข่าวสารของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ที่ช่องทาง Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร Twitter Instagram Line Official Account : @drraa_pr และหมายเลขโทรศัพท์ 02-109-5100