หยวน หลงผิง “บิดาแห่งข้าวลูกผสม” นักวิทยาศาสตร์สถาบันบัณฑิตวิศวกรรมแห่งชาติจีน (CAE) และผู้ได้รับรางวัล “เหรียญแห่งสาธารณรัฐ” (Medal of the Republic) ได้ถึงแก่กรรมในวัย 91 ปี ที่นครฉางซา เมืองเอกของมณฑลหูหนาน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. เวลา 13:07 น.

“มนุษย์ก็เหมือนดั่งเมล็ดพันธุ์ และต้องเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดี” เป็นประโยคที่หยวน หลงผิงมักกล่าวบ่อย ๆ เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ และเขายังใช้ชีวิตนี้เพื่ออธิบายประโยคนี้อย่างกระจ่างชัด เขาเป็นผู้ริเริ่มการศึกษาวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวลูกผสม และยังเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จการเพาะปลูกข้าวลูกผสมที่ให้ผลผลิตสูงสายพันธุ์แรกของโลก

เขาอุทิศชีวิตให้กับการวิจัย การประยุกต์และส่งเสริมเทคโนโลยีการเพาะปลูกข้าวลูกผสม และสร้างคุณูปการต่อการพัฒนาด้านเกษตรศาสตร์ ความปลอดภัยด้านอาหารของจีน และความปลอดภัยด้านอาหารของโลก จึงทำให้เขาได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย อาทิ รางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ รางวัลพิเศษสาขาความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ รางวัลพิเศษสาขานวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลสาขาวิทยาศาสตร์จากยูเนสโก (UNESCO) และรางวัลอาหารโลก (World Food Prize) ทั้งนี้เขายังได้รับรางวัล “ผู้นำการปฏิรูป” เมื่อปี 2018 และได้รับเกียรติรางวัล “เหรียญแห่งสาธารณรัฐ” (Medal of the Republic) เมื่อปี 2019

ในปี 1953 หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยซีหนาน (Southwest University) ได้เข้าเป็นครูที่โรงเรียนการเกษตรอันเจียงในมณฑลหูหนาน เขาพานักเรียนทำการทดลองการขยายพันธุ์พืชแบบไม่อาศัยเพศ เพื่อให้ได้พันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลผลิตสูง แต่กว่าเขาจะพบว่าสิ่งกำลังทำอยู่นั้นไม่ตรงกับทฤษฎีที่เป็นที่นิยมในขณะนั้น ทำให้เขาเสียเวลาอยู่หลายปี หลังจากนั้นเขาได้เปลี่ยนแปลงแนวคิดตามทฤษฎีใหม่จนเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงที่เขาไม่คิดจะลืม

เขาใช้เวลากว่า 5 ทศวรรษทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาข้าวลูกผสม และเขากับทีมวิจัยก็ได้ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ข้าวลูกผสม หรือ “ข้าวไฮบริด” (hybrid rice) ที่ได้จากการผสมพันธุ์ระหว่างพ่อแม่ที่มีพื้นฐานทางพันธุกรรมต่างกัน ทุบสถิติประมาณผลผลิตเรื่อยมา

โดยทั่วไปแล้วเขาจะใช้เวลาทำงานอยู่ที่ศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์หนานฟานในเมืองซานย่า มณฑลไห่หนาน 3-4 เดือนทุก ๆ ปี หากสุขภาพร่างกายแข็งแรง เขาก็จะไปที่ทุ่งนาเพื่อออกตรวจจำนวนรวงข้าว ขนาดของเมล็ดข้าว และคุณภาพของเมล็ดข้าวด้วยตนเองเกือบทุกวัน

แม้เขาจะอายุครบ 90 ปี เมื่อเดือนธันวาคม 2020 แล้วก็ตาม ครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของเขาต่างก็เป็นห่วงสุขภาพร่างกายของเขา แต่เขาก็ยังเดินทางไปยังศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์ข้าวหนานฟานเพื่อทำงานวิจัยที่เขารักเหมือนที่เคยทำมาตลอด การมายังศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์ข้าวหนานฟานครั้งนี้ เขาจึงลงไปยังทุ่งนาได้ไม่บ่อยนัก เนื่องจากร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้เหมือนเคย จึงได้เพียงใช้กล้องจุลทรรศน์ทำการศึกษา สังเกตและจดบันทึกเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมรุ่นที่ 3 อยู่ในห้องพักของเขา เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยฯบอกว่า “ในทุก ๆ วันไม่ว่าเขาจะกินข้าว เดินเล่น หรือจะเข้านอน เขาก็จะคิดถึงแต่เรื่องการพัฒนาข้าวลูกผสมรุ่นที่ 3 อยู่เสมอ”

หลายปีมานี้ หยวน หลงผิงได้นำเงินรางวัลของตนเองมาจัดตั้งรางวัลชื่อ “รางวัลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหยวนหลงผิง” ซึ่ง Ishi Kumarผู้เชี่ยวชาญชาวอินเดียก็เคยได้รับรางวัลนี้ด้วย โดยเมื่อ 30 ปีก่อนเขาเคยเดินทางมายังมณฑลหูหนาน เพื่อเข้าร่วมการอบรมเทคนิคการเพาะปลูกข้าวลูกผสมจากหยวน หลงผิง หลังจากนั้นเขาก็ได้เพาะพันธุ์ข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่ขึ้นได้สำเร็จ และการปลูกเพาะข้าวลูกผสมได้ครอบคลุมพื้นที่การเพาะปลูกในอินเดียกว่า 50% อินเดียจึงกลายเป็นประเทศขนาดใหญ่อันดับสองที่ปลูกข้าวลูกผสม

ปัจจุบันพันธุ์ข้าวลูกผสมของจีนได้ถูกนำไปปลูกในประเทศที่มีพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ อาทิ อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา บราซิล มาดากัสการ์ ซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกปีละกว่า 8 ล้านเอเคอร์ เฉลี่ยทุก ๆ 1 เอเคอร์จะให้ผลผลิตมากกว่าพันธุ์ข้าวพื้นถิ่นคุณภาพดีสูงถึงประมาณ 2 ตัน

Kenneth M. Quinn ประธานมูลนิธิรางวัลอาหารโลก (The World Food Prize Foundation) รู้จักกับหยวน หลงผิงกว่า 20 ปีแล้ว เขากล่าวว่า “การสูญเสียศาสตราจารย์หยวน หลงผิง ทำให้จีนและโลกสูญเสียหนึ่งในนักเกษตรศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดบนดวงดาวของเราดวงนี้ และได้สูญเสียมิตรสหายผู้ใหญ่คนหนึ่ง”

“ผมคิดว่า 100 ปีหลังจากนี้ ผู้คนของจีนและทั่วทุกมุมโลกก็ยังคงจะพูดถึงหยวน หลงผิงอยู่ และนี่เป็นความสำเร็จของเขาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับทุก ๆ คนบนโลกนี้”

Life IF