เหงาหนักมาก ตลาดเมืองแปดริ้ว หลังชาวห้างยุคเก๋าของคนรุ่นเก่าแห่งแรกของ จ.ฉะเชิงเทรา พนักงานถูกตรวจพบติดเชื้อโควิด 19 อื้อ จำเป็นต้องปิดการให้บริการลงกลางคันเพื่อฆ่าเชื้อ พร้อมเร่งตรวจคัดกรองเชิงรุก ขณะคลัสเตอร์เรือนจำยังครองแชมป์ที่หนึ่งของการระบาดแบบรายวัน ส่วนชาวบ้านหนุ่มสาวโรงงานยังมีติดเชื้อกระจุกตัวเป็นหย่อม ด้าน อปท.ระดับล่างเร่งควานหาแหล่งทุนช่วยหนุนเสริมด้านอุปกรณ์ป้องกันการระบาดของโรค

วันที่ 20 พ.ค.64 เวลา 16.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศความเงียบเหงา ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ย่านเศรษฐกิจการค้าชั้นในของตัว จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากมีห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงและความเก่าแก่ โดยก่อตั้งขึ้นเป็นแห่งแรกในตัวเมือง จ.ฉะเชิงเทรา ที่เปิดทำการค้าขายในรูปแบบของห้างสรรพสินค้าปรับอากาศมาอย่างยาวนานถึงกว่า 30 ปี มีการตรวจพบเชื้อโควิด 19 จากพนักงานภายในห้าง

ทั้งช่างซ่อมบำรุง รปภ. พนักงานภายใน ไม่เว้นแม้แต่แผงค้าขายบริเวณรายรอบ รวมถึงพนักงานของโรงแรมในเครือเดียวกันนั้น กลายเป็นผู้ป่วยด้วยโรคโควิด 19 มากถึงกว่า 10 ราย จึงทำให้ทางห้างสรรพสินค้าแห่งดังกล่าวนี้ ได้ทำการปิดการทำการค้าขายลงในทันทีเป็นเวลา 3 วัน นับตั้งแต่เมื่อช่วงเวลา 10.00 น.วานนี้ เพื่อทำการฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อภายในบริเวณห้างฯ และโดยรอบบริเวณอาคาร รวมถึงมีการตรวจสวอปหาเชื้อเชิงรุกจากพนักงานภายในถึงกว่า 200 คน

จึงทำให้ในวันนี้ ร้านค้าขายภายในบริเวณตลาดศูนย์เก่า ของตัวเมืองฉะเชิงเทรา เงียบเหงาลงในทันที หลังจากมีร้านค้าจำนวนมากต่างพากันปิดให้บริการไปตามๆ กัน พร้อมกับทางห้างฯ แห่งนี้ด้วยเนื่องจากไม่มีคนเดินทางมาจับจ่ายซื้อสินค้า เปลี่ยนแปรสภาพจากตลาดที่เคยมีแต่ความวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านเกือบตลอดทั้งวัน และการจราจรที่ติดขัดจนหาสถานที่จอดรถไม่ได้ กลับโล่งเตียนว่างเปล่าเงียบเหงาลงไปอย่างน่าใจหาย

ขณะที่ยอดจำนวนของผู้ติดเชื้อในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ยังคงมีตัวเลขอัตราของการระบาดค่อนข้างสูงโดยเฉพาะการระบาดภายในเรือนจำกลาง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ยังคงทำสถิติครองแชมป์นำโด่งเป็นลำดับหนึ่งแบบรายวัน โดยในวันนี้มีผู้ติดเชื้อในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา จำนวน 28 ราย แต่เป็นผู้ติดเชื้อจากภายในเรือนจำมากถึง 18 ราย เป็นผู้ป่วยภายนอกเพียง 10 ราย ขณะที่เมื่อวานนี้ (19 พ.ค.64) ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้ติดเชื้อจำนวน 32 ราย แต่เป็นผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำมากถึง 17 ราย เป็นผู้ป่วยภายนอก 15 ราย

สำหรับผู้ป่วยภายนอกส่วนใหญ่เริ่มมีการระบาดเป็นวงแคบลงแบบเฉพาะจุด หรือมีการกระจายเชื้อกันเป็นหย่อมๆ เช่น กลุ่มทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ย่านโรงงานพาสติกใน ต.บางขวัญ กลุ่มทำงานห้างสรรพสินค้า ใน อ.เมืองฉะเชิงเทรา กลุ่มคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรมย่านแนวเขตรอยต่อกันกับ จ.สมุทรปราการ ใน อ.บางปะกง และกลุ่มญาติของผู้ป่วยที่เสียชีวิตลงรายล่าสุดใน ต.บางตีนเป็ด อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา จึงทำให้ จ.ฉะเชิงเทรา มีผู้ป่วยสะสมล่าสุดจำนวน 684 ราย เสียชีวิต 7 รายนับจากการระบาดครั้งแรกเมื่อ 15 มี.ค.63

ขณะเดียวกันองค์กรผู้มีหน้าที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรค และองค์กรช่วยสนับสนุนการป้องกันการระบาด ทั้งในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่นต่างพากันตื่นตัวในการเร่งจัดหาและสำรองอุปกรณ์ในการป้องกันการระบาดเอาไว้ โดยต่างได้พากันเร่งมองหาแหล่งเงินทุนสำรองในการจัดซื้อและขอรับอุปกรณ์ที่จำเป็นในการป้องกันโรค โดยเฉพาะการขอรับการสนับสนุนจากทางสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา (อบจ.) ซึ่งล่าสุดมีการทำเรื่องร้องขอการสนับสนุนเข้ามามากถึงเกือบ 50 องค์กรแล้ว

โดยนายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา กล่าวเปิดเผยว่า ในขณะนี้ได้มีหน่วยงานต่างๆ จำนวนมาก ได้ทำหนังสือเข้ามาขอรับการสนับสนุนอุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จากทาง อบจ.ฉะเชิงเทรา เป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดได้ให้การสนับสนุนอุปกรณ์ตามการร้องขอ ให้แก่องค์กรที่ได้ยื่นหนังสือเข้ามาก่อนหน้าแล้วจำนวน 9 แห่งเมื่อวานนี้

ประกอบด้วยสำนักงานสาธารณสุข จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมี นพ.กสิวัฒน์ ศรีประดิษฐ์ รองนายแพทย์สาธารณสุข มารับมอบ มารับเจลแอลกอฮอล์แล้วจำนวน 1,000 ขวด หน้ากากอนามัย จำนวน 6,500 กล่อง อบต.บางเกลือ มารับเจลแอลกอฮอล์แล้วจำนวน 1,000 ขวด และหน้ากากอนามัย 1,000 กล่อง อบต.หนองจอก รับเจลแอลกอฮอล์ 1,000 ขวด หน้ากากอนามัย 1,000 กล่อง เทศบาลตำบลพิมพา รับเจลแอลกอฮอล์ 800 ขวดหน้ากากอนามัย 1,000 กล่อง

อบต.หนองไม้แก่น รับเจลแอลกอฮอล์จำนวน 1,000 ขวด หน้ากากอนามัย 2,000 กล่อง อบต.บางเล่า รับเจลแอลกอฮอล์ 600 ขวดหน้ากากอนามัย 600 กล่อง อบต.คลองเขื่อนรับเจลแอลกอฮอล์ 1,000 ขวด หน้ากากอนามัย 1,300 กล่อง อบต.ก้อนแก้ว รับเจลแอลกอฮอล์ 900 ขวด หน้ากากอนามัย 900 กล่อง และ อบต.บางโรง รับเจลแอลกอฮอล์ 700 ขวดหน้ากากอนามัย 700 กล่อง

รวมเจลแอลกอฮอล์ชนิดหัวปั๊มทั้งหมด 8,000 ขวด หน้ากากอนามัยแบบ 3 ชั้น ชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง จำนวน 15,000 กล่อง จัดหามาด้วยเงินงบประมาณ 3 ล้านบาท ส่วนหน่วยงานที่เพิ่งร้องขอเพิ่มเติมเข้ามาอีก 40 แห่ง ทั้งเทศบาลตำบล และ อบต. ในการขอรับการสนับสนุนจาก อบจ.ฉะเชิงเทรา นั้น จะได้เร่งนำเข้าที่ประชุมเพื่อขออนุมัติเงินงบประมาณในการจัดสรรสนับสนุนต่อองค์กรต่างๆ ที่ส่งหนังสือร้องขอเข้ามาต่อไป นายกิตติ กล่าว