จากปรากฏการณ์ "ย้ายประเทศกันเถอะ" โดยกลุ่มเฟซบุ๊กที่มีสมาชิก ล่าสุด 6.7 แสนคนแล้ว ถือว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังสร้างขึ้นมาได้เพียง 4 วัน อาจสะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

ล่าสุด นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก "Rangsiman Rome-รังสิมันต์ โรม" ระบุว่า...[บริหารประเทศยังไง ให้คนไทยเป็นแสนๆคนหาทางย้ายประเทศหนี]

ตอนนี้ในกลุ่ม #ย้ายประเทศกันเถอะ ในFacebook มียอดคนเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มมากกว่า 660,000 รายแล้ว ซึ่งจำนวนประชากรขนาดนี้ แทบจะเป็นจังหวัดจังหวัดหนึ่งเลยทีเดียว หรือเอาง่ายๆมากกว่าประชากรของประเทศอย่างลักเซมเบิร์กเสียอีก

ซึ่งเท่าที่ผมสังเกต มีคนหลากหลายอาชีพและช่วงวัย ตั้งแต่ระดับนักเรียนนักศึกษา แรงงงานช่างฝีมือ พนักงานบริษัท ข้าราชการ แพทย์พยาบาล รวมถึงคนไทยในต่างประเทศจำนวนมากที่มีการตั้งแฮชแท็กทีมประเทศต่าง ๆ มาให้ข้อมูลแนวทางการย้ายไปใช้ชีวิต รวมถึงสภาพสังคมและคุณภาพชีวิตกันแบบจัดเต็ม

สมมติเล่น ๆ ถ้าคนเหล่านี้ย้ายประเทศไปสำเร็จจริงๆ ประเทศเราจะขาดแคลนแรงงานและข้าราชการไปหกแสนกว่าคน คำถามคือเราจะทำยังไงกับช่องว่างที่หายไปนี้?

ทุกวันนี้บางอาชีพก็แทบจะไม่เพียงพออยู่แล้ว หากขาดช่องว่างตรงนี้จากวัยทำงาน คนหนุ่มสาวไปอีก สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือคนที่เหลือต้องรับหน้าที่ในการขับเคลื่อนประเทศต่อด้วยภาระที่หนักหนาขึ้น ห้องเช่ากี่ห้องที่จะกลายเป็นห้องว่าง ภาษีที่ลดลงจากจำนวนประชากร ที่ไม่สามารถผลิตทดแทนได้ทัน และอาจจะเหลือแค่คนจนคนเจ็บคนแก่ในประเทศ

นี่ท่านบริหารประเทศยังไงกันครับถึงทำให้คนจำนวนมากหมดหวังในประเทศตัวเองได้ขนาดนี้?

บทสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้งกลุ่มน่าสนใจอยู่ช่วงตอนหนึ่ง คือประเทศไทยทุกวันนี้ ผู้นำไม่ให้ตั้งคำถาม ไม่ให้เสนอความเห็น ไม่ให้สู้เรียกร้องอะไรเลย จะดึงดันพาประเทศเดินไปตามความคิดของตัวเอง ที่สวนกับความเป้นสากลโลก วัฒนธรรมยัดเยียดความคิดที่กดทับไว้ว่าประเทศไทยดีที่สุด กำลังถูกทำลายลงจากการเปรียบเทียบผ่านข้อมูลที่ไหลเป็นเขื่อนแตกในกลุ่มสนทนาที่ว่า ประเทศเราตอนนี้ ยังห่างไกลจากประเทศพัฒนาแล้วในอีกหลายๆด้านเหลือเกิน

ผมเชื่อจริงๆว่าคนไทยรักประเทศไทยทุกคน แต่ความรักมันไม่เพียงพอในการมีชีวิตนะครับ ปากท้อง เศรษฐกิจ สวัสดิการการดูแล เหมือนความรัก ที่รักอย่างเดียวมันไม่พอ มันต้องดูแลเอาใจใส่กัน ไม่ใช่กดขี่ให้สำนึกบุญคุณกันราวกับว่าเป็นของตาย ทั้งที่ประชาชนทุกคนต่างก็ดูแลประเทศในบทบาทตัวเองเสมอ แต่พวกเขากลับหมดหวังในประเทศไทยจนจะยอมแพ้กันแล้ว

เปรียบเสมือนตอนนี้ ผู้นำประเทศคือคนรักที่กำลังตบตีประชาชน ปากก็พูดว่ารักประเทศไทยสิ ประเทศไทยดีที่สุดแล้ว ไปที่ไหนก็ไม่ดีเท่านี้หรอก ฉันทำงานหนักขนาดไหนเห็นไหมทำไมไม่รักกัน ปากพูดไปมือก็ตบตีไป ทวงบุญคุณไป

มันไม่ใช่แล้วครับ ประเทศนี้มันเคยมีหวังมากกว่านี้ ตอนที่ไม่ได้อยู่ในการดูแลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำให้คนไทยหมดหวังที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย

ผมยังเชื่อมั่นว่า เรายังต้องการกำลังคนอีกมากในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ความก้าวหน้า และถ้าเสียบุคลากรหลายๆท่านไป ประเทศนี้คงเสียโอกาสอีกมากในการไปสู่อนาคต เพียงแต่ตอนนี้ เรามีอุปสรรคบางอย่างที่ต้องรื้อทิ้งไปก่อน และหากทำไม่สำเร็จ ประเทศไทยอาจจะเหลือแค่ซากปรักหักพังในทุกมิติ โดยฝีมือของคนที่เรายอมแพ้ และยกประเทศนี้ให้กับคนไม่กี่คนไปปู้ยี่ปู้ยำ

สุดท้าย พวกเขาไม่ได้หมดหวังในศักยภาพของประเทศตัวเองนะครับ แต่เพราะมีคนแบบพลเอกประยุทธ์และพวกนั่งคร่อมคนทั้งประเทศเอาไว้

ทางออกของเรื่องนี้ จริงๆแล้ว คนหกแสนกว่าคนไม่ควรต้องย้ายออกนอกประเทศหรอกครับ

เอาคนแบบพลเอกประยุทธ์และคณะออกไปจากประเทศไทย แล้วเก็บพวกท่านไว้ดีกว่า ทั้งพวกเราและประเทศจะมีโอกาสในอนาคตมากขึ้นอีกเยอะครับ