ไม่มีเมรุเผาศพหลังป่วยโควิด 19 ตาย ญาติวอนสื่อหาทางช่วย เผยชะตากรรมป่วยกันแบบยกครัวจากน้องสาวที่ทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลในแผนกรับรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ใน รพ.ต่างพื้นที่ ก่อนนำเชื้อกลับมาแพร่สู่คนในครอบครัว จนติดเชื้อกันหมดทั้งบ้านรวม 4 คน เหลือเพียงหนูน้อยวัย 2 ขวบเศษที่ยังตรวจหาเชื้อไม่พบแต่เพียงลำพัง

วันที่ 1 พ.ค.64 เวลา 19.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากหญิงวัย 51 ปี ผ่านทางวีดีโอคอลว่า ครอบครัวของตนป่วยเป็นโรคโควิด 19 กันหมดทั้งครอบครัว ทั้งตนเอง มารดา และน้องสาว 2 คนรวม 4 คน เหลือเพียงหลานสาววัยเพียง 2 ขวบ 4 เดือน ซึ่งเป็นบุตรสาวของน้องสาวคนเล็กเพียงคนเดียวที่ยังตรวจหาเชื้อไม่พบ

โดยสาเหตุของการติดเชื้อโควิด 19 นั้น เกิดจากน้องสาวคนสุดท้องวัย 43 ปี ซึ่งทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลอยู่ใน รพ.แห่งหนึ่งที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้นำพาเชื้อเข้ามาแพร่ระบาดสู่คนในครอบครัว หลังจากกลับมานอนพักที่บ้าน และต่อมาได้มีการตรวจพบว่าน้องสาวเป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 จึงทำให้คนในครอบครัวทั้งหมดต้องไปตรวจหาเชื้อ และได้รับผลการตรวจยืนยันออกมาว่าเป็นผู้ติดเชื้อเกือบหมดทั้งบ้าน ยกเว้นหลานสาววัย 2 ขวบคนเดียวเท่านั้นที่ยังตรวจไม่พบ

จากนั้นเมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา คนในครอบครัวทั้งหมดจึงถูกนำตัวส่งไปทำการรักษายังที่ รพ.บางน้ำเปรี้ยว โดยที่ทุกคนประกอบด้วย ตนพร้อมด้วยน้องสาวคนที่ 2 วัย 48 ปี และมารดาของตน คือ ยังไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไรจากโรคเกิดขึ้น แต่มารดาของตนเริ่มมีอาการหายใจเหนื่อยหอบง่ายเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาจึงถูกส่งตัวไปยัง รพ.พุทธโสธร ซึ่งเป็น รพ.ประจำจังหวัด

จึงเหลือเพียงหลานสาววัย 2 ขวบที่ตรวจไม่พบเชื้อเพียงลำพังคนเดียวเท่านั้น ทั้งครอบครัวไม่มีใครดูแลจึงต้องพามาเลี้ยงดูด้วยยังภายในโรงพยาบาล ส่วนน้องสาวคนเล็กที่ถูกตรวจพบเชื้อรายแรกนั้น ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.พุทธโสธร ซึ่งถูกตรวจพบเชื้อและเข้ารับการรักษายังที่ รพ.ดังกล่าวตั้งแต่แรก

แต่ล่าสุดในวันนี้เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ทางครอบครัวกลับได้รับข่าวร้ายว่า มารดาของตนได้เสียชีวิตลงแล้ว หลังจากถูกส่งตัวเข้าไปรับรักษาต่อยังใน รพ.ประจำจังหวัด ในขณะที่พวกตนนั้นยังไม่สามารถออกไปไหนได้ ไม่สามารถที่จะไปจัดพิธีบำเพ็ญกุศลให้แก่มารดาได้ จึงได้ร้องขอฝากให้ทางผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นสมาชิก อบต.ท่าไข่ ช่วยเหลือจัดพิธีศพให้แก่มารดาของตนด้วย

แต่ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ทาง ส.อบต. ได้แจ้งกลับมาว่ายังหาวัดในการจัดพิธีศพให้ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีวัดใดยินยอมที่จะรับศพของผู้ป่วยด้วยโรคโควิด 19 ไปจัดพิธีฌาปนกิจบำเพ็ญกุศล จึงอยากวิงวอนผ่านทางสื่อให้ช่วยสำเสนอข่าว หรือหาทางให้ทางราชการช่วยจัดการทำพิธีศพให้แก่มารดาตนด้วย เพราะพวกตนทั้งหมดยังคงถูกกักตัว ให้นอนรักษาตัวอยู่ภายในโรงพยาบาลไม่สามารถออกไปไหนได้เลย

ขณะที่ญาติพี่น้องนั้นก็อยู่ห่างไกล เนื่องจากภูมิลำเนาเดิมของครอบครัวตนนั้น เป็นชาว จ.สงขลา แต่ได้มาทำการค้าขายอยู่ที่ จ.ฉะเชิงเทรา และซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ จึงมีญาติพี่น้องแต่เฉพาะเพียงคนในครอบครัวเท่านั้น แต่ทุกคนก็ป่วยด้วยโรคโควิด 19 ด้วยกันทั้งหมด น.ส.พัชมน กล่าว

ด้าน นางอภิญญา เชื้อเงิน อายุ 63 ปี ส.อบต. ม.1 ต.ท่าไข่ กล่าวว่า หลังได้รับการร้องขอจากลูกบ้าน ซึ่งเป็นคนในชุมชนเดียวกันให้ช่วยหาทางจัดพิธีฌาปนกิจศพให้แก่ผู้เป็นมารดาที่ได้เสียชีวิตลงจากโรคโควิด 19 จึงได้พยายามไปหาวัดในการจัดพิธีฌาปนกิจศพให้แล้วถึง 3-4 วัด แต่ไม่มีวัดใดยินยอมที่จะให้นำศพเข้าไปเผายังภายในเมรุของทางวัดเลย จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด ช่วยจัดหาสถานที่ไว้รองรับเกี่ยวกับการจัดพิธีศพของผู้ป่วยโควิด 19 ให้ด้วย

โดยอาจจัดสถานที่ไว้สำหรับเป็นเมรุกลาง เพื่อจัดพิธีศพให้แก่ผู้ป่วยด้วยโรคนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากตนเองยังเชื่อว่าน่าจะมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้อาจจะเสียชีวิตลงเพิ่มเติมอีกหลายราย เนื่องจากในขณะนี้ในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา นั้น ยังคงมีการระบาดของโรคที่รุนแรง ซึ่งล่าสุดทราบว่ามีมากถึง 327 รายแล้ว จากการระบาดระลอกใหม่ล่าสุดจากสถานบันเทิง นางอภิญญา กล่าว