กรมส่งเสริมการเกษตรยกระดับแปลงใหญ่จิ้งหรีด เพิ่มศักยภาพที่แข็งแกร่ง ด้วยเกษตรสมัยใหม่ พุ่งเป้าเจาะตลาดนอก

สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท มีแปลงใหญ่ในพื้นที่ความรับผิดชอบรวม 371 แปลง มีสินค้าที่หลากหลายชนิด เช่น ข้าว พืชผัก สมุนไพร ไม้ผล ไม้ดอกไม้ประดับ พืชไร่ ประมง ปศุสัตว์ และที่น่าจับตามองในตอนนี้คือ แปลงใหญ่แมลงเศรษฐกิจ อย่างจิ้งหรีด

นายชูชีพ นาคสำฤทธิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เปิดเผยว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแมลงโลก หรือ “ฮับแมลงโลก” กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท จึงได้นำนโยบายดังกล่าวมาขับเคลื่อน โดยส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ในภาคเกษตร ซึ่งกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่จิ้งหรีด หมู่ที่ 4 ตำบลท่าหลวง อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี เป็นเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่ง ที่รวมตัวกันเพื่อหารายได้เสริมจากการประกอบอาชีพทำไร่ ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำกันอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่น การทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย และไร่ข้าวโพด เป็นต้น บางครั้งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้ผลผลิตเสียหาย หรือบางฤดูกาลราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ และมีรายได้เพียง 1-2 ครั้ง/ปี ทำให้เกษตรกรมีรายได้ไม่มั่นคง

จนกระทั่ง นางสาวพรพรรณ พรรณราย ได้เริ่มนำจิ้งหรีดมาเลี้ยง และแปรรูปจำหน่าย ในนามวิสาหกิจชุมชนใบหม่อนฟาร์ม จากความต้องการของตลาดที่ยังมีอยู่มาก จึงต้องมีการขยายกำลังการผลิต วิสาหกิจชุมชนใบหม่อนฟาร์มจึงได้ขยายกำลังการผลิต โดยสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ด้วยการรวมกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงจิ้งหรีดอยู่แล้ว และที่สนใจจะเลี้ยงจิ้งหรีด เพื่อเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และสำนักงานเกษตรอำเภอท่าหลวง ได้เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ให้ความรู้ด้านการผลิต และเป็นผู้ประสานงานกับหน่วยงานราชการต่างๆ ที่จะเข้ามาสนับสนุน และร่วมขับเคลื่อนแปลงใหญ่จิ้งหรีดแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 31 ราย มีพื้นที่เลี้ยง 477 บ่อ เกษตรกรแต่ละรายมีจำนวนบ่อที่เลี้ยง ตั้งแต่ 4 บ่อ จนถึง 100 บ่อ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ ของแต่ละราย โดยรวมแล้วสามารถผลิตจิ้งหรีดได้ 36 ตัน/ปี โดยมีนางกานติมา อินทร์ประเสริฐ เป็นประธานแปลงใหญ่

หลังจากการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ทำให้การบริหารจัดการภายในกลุ่มเป็นระบบขึ้น คณะกรรมการและสมาชิกมีการประชุมให้ความรู้ พัฒนาคุณภาพ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ได้มาตรฐาน มีการวางแผนการผลิตร่วมกันเพื่อให้มีสินค้าส่งจำหน่ายตลอดทั้งปี ซึ่งสายพันธุ์ที่กลุ่มเลี้ยงจะเป็นจิ้งหรีดในกลุ่มสายพันธุ์ทองแดง ในพื้นที่จะเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ “จิ้งโกร่ง” ผลจากการที่รวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ทำให้เกษตรกรสามารถต้นทุนการผลิต จาก 6,590 บาท/บ่อ/รอบ ลดลงไปจากเดิม 495 บาท/บ่อ/รอบ และได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น จากเดิมผลิตได้ 15 กิโลกรัม/บ่อ/รอบ เพิ่มขึ้นเป็น 18 กิโลกรัม/บ่อ/รอบ (เลี้ยง 5 รอบ/บ่อ/ปี) โดยผลผลิตทั้งหมดจะส่งขายให้กับวิสาหกิจชุมชนใบหม่อนฟาร์ม โดยรับซื้อกิโลกรัมละ 140 บาท เพื่อนำไปแปรรูปเป็นจิ้งหรีดทอดกรอบรสต่างๆ และผงโปรตีนจิ้งหรีด ซึ่งมีโปรตีนสูง แล้วส่งขายในตลาดเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา จีน เวียดนาม และพม่า รวมถึงจำหน่ายผ่านช่องทางตลาดเกษตรกรออนไลน์ ของกรมส่งเสริมการเกษตร และกลุ่มแปลงใหญ่จิ้งหรีดตำบลท่าหลวงกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปธัญพืชผสมผงจิ้งหรีดเป็น ซีเรียลบาร์ อาหารเพื่อคนรักสุขภาพ และผู้ชอบออกกำลังกาย และคาดว่าจะได้ออกวางจำหน่ายในอีกไม่ช้านี้ สำหรับผู้สนใจผลิตภัณฑ์แปรรูปจากจิ้งหรีดเพื่อนำไปรับประทาน หรือนำไปจำหน่ายสามารถติดต่อได้ที่ วิสาหกิจชุมชนใบหม่อนฟาร์ม โทร 094 3475040

"สำหรับผู้ที่สนใจการเลี้ยงจิ้งหรีด ในส่วนของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท โดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดลพบุรี จะเป็นศูนย์กลางในการขยายพันธุ์แมลงเศรษฐกิจ โดยมีจุดเรียนรู้แมลงเศรษฐกิจ เป็นแหล่งส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร ดำเนินกิจกรรมเพาะเลี้ยงแมลง ได้แก่ จิ้งหรีดสายพันธุ์ทองดำ แมงสะดิ้ง และจิ้งโกร่ง โดยมีเป้าหมายส่งเสริมและถ่ายทอดความรู้ ฝึกอบรมอาชีพให้แก่เกษตรกร ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพทางการเกษตรในพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งผู้สนใจทั่วไป นำความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน นอกจากนี้ยังมีบริการแนะนำ ให้คำปรึกษาในการเลี้ยงแมลงแก่เกษตรกร และสนับสนุนปัจจัยการผลิต ได้แก่ ขันไข่จิ้งหรีด ให้เกษตรกรนำไปเพาะเลี้ยง เพื่อลดต้นทุนการผลิต ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อขอรับได้ที่ศูนย์ฯ โดยนำบัตรประชาชน มายื่นขอรับบริการได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถโทรศัพท์ติดต่อได้ที่เบอร์ 036 461038"นายชูชีพ กล่าว