"โควิด-19" มหันตภัยเชื้อไวรัสที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ทั่วทุกมุมโลก สร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมในทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่วงการกีฬา โดยเฉพาะการแข่งขันฟุตบอล"ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป" หรือ “ยูโร 2020” ที่เดิมถูกกำหนดให้จัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-12 ก.ค.2020 แต่ปรากฎว่าสถานการณ์ของไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาดไปทั่วโลก ทำให้ทาง “ยูฟ่า” ต้องประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไป 1 ปี โดยกำหนดให้แข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิ.ย.-11 ก.ค. 2021 แทน

และการแข่งขัน “ยูโร 2020” ครั้งนี้ ถือว่าแตกต่างจากเดิมที่เคยจัดมา โดยทาง “ยูฟ่า” ได้กำหนดให้มี “เจ้าภาพ” จัดการแข่งขันร่วมกัน จำนวน 12 เมือง จาก 12 ประเทศทั่วยุโรป เพื่อฉลองครบรอบ 60 ปี ของการแข่งขันรายการนี้ แต่จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่ยังระบาดหนักในทวีปยุโรป ทำให้มีข่าวลือออกมาว่าทาง “ยูฟ่า” อาจจะลดจำนวน “เจ้าภาพ” ให้เหลือ 2-4 ชาติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสร้าย

เบื้องต้น ได้กำหนดให้ 12 ประเทศเจ้าภาพ และ 12 สนาม จัดการแข่งขันมี ดังนี้ 1.สตาดิโอลิมปิโก กรุงโรม ประเทศอิตาลี (นัดเปิดสนาม, รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ, และรอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 2.โอลิมปิก สเตเดี้ยม เมืองบากุ ประเทศอาเซอร์ไบจาน (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ และรอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 3.เครตอฟสกี้ สเตเดี้ยม เมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี และรอบ 8 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 4.พาร์เคน สเตเดี้ยม เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด)

5.โยฮัน ครัฟฟ์ อารีนา กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 6.อารีนา เนชันนาลา เมืองบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มซี และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 7.เวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี, รอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด, รอบ 4 ทีมสุดท้าย 2 นัด และรอบชิงชนะเลิศ)

8.แฮมพ์เดน พาร์ค เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 9.ซาน มาเมส เมืองบิลเบา ประเทศสเปน (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 10.อาวิว่า สเตเดี้ยม กรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด) 11.อัลลิแอนซ์ อารีนา เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด) และ12.ปุสกัส อารีนา เมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี (รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอฟ และรอบ 16 ทีมสุดท้าย 1 นัด)

อย่างไรก็ตาม "ยูฟ่า" ได้ออกมาประกาศยืนยัน ว่า ศึกฟุตบอลยูโร 2020 จะจัดขึ้นตามแผนเดิม โดยยังมีเจ้าภาพ 12 เมือง ใน12 ประเทศทั่วยุโรป แม้ว่าสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในยุโรปยังมีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงขึ้นก็ตาม

โดยทาง "อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน" ประธานยูฟ่า ระบุว่า ในที่ประชุมทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกันว่า การแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2020 ที่ได้เลื่อนมาจัดในปี 2021 ยังคงจะต้องจัดการแข่งขันต่อไปตามแผนที่วางเอาไว้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของสนามแข่งขัน ที่ยังให้มี เจ้าภาพใน 12 เมืองตามเดิม โดยมีเหตุผลที่ว่า ฟุตบอลยูโร คือ การแข่งขันระดับชาติที่มีความสำคัญที่สุดของทวีปยุโรป อีกทั้งยังเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการสร้างงบประมาณเพื่อพัฒนาฟุตบอลระดับรากหญ้าของทวีปด้วย

“อย่างไรก็ตาม แผนงานต่างๆ ที่กำหนดไว้ตอนนี้ยังจะเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะสิ่งต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้ตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเราก็จะกลับมาหารือกันอีกครั้งว่าจะต้องทำอย่างไร” ประธานยูฟ่า กล่าว

แต่ล่าสุด "กรุงดับลิน" เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตก มีแม่น้ำลิฟฟีย์ (River Liffey) ซึ่งเป็นหนึ่งใน 12 เจ้าภาพที่กำหนดไว้ได้บอกกับฝ่ายจัดยูโร 2020 เตรียมถูกปลดออกจากการเป็นหนึ่งในสนามเจ้าภาพยูโร 2020 หลังพวกเขาแจ้งกับ "อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน" ประธานยูฟ่า ว่า ไม่สามารถการันตีว่าแฟนบอลจะเข้าไปยังสนาม "อาวิว่า สเตเดียม"ได้

จากสถานการณ์ดังกล่าว “ไอร์แลนด์” อาจจะถูกปลดออกจากการแข่งขัน 3 เกม ในรอบแบ่งกลุ่ม และอีกหนึ่งนัดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจำนวนเกมเหล่านั้นจะถูกย้ายไปแข่งที่ "สนามโอดล์ แทร็ฟฟอร์ด" ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ "สนามเซนต์ เจมส์ พาร์ค" ของทีมนิวคาสเซิ่ล ประเทศอังกฤษ แทน

นับตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่คิกออฟรายการนี้ น่าจับตาดูว่า จะเหลือประเทศเจ้าภาพที่สามารถจัดการแข่งได้อยู่กี่ประเทศ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงหนักหนาสาหัสอยู่ในขณะนี้ หรือสุดท้ายแล้วจะมีกาศประการเลื่อนการแข่งขันออกไปอีกในปีหน้า...!