จากเอกสารสมุดปกขาว เรื่อง “การดำเนินการของจีนในการบรรเทาความยากจนของมนุษยชาติ” ระบุว่าประเทศจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีจำนวนประชากร 1 ใน 5 ของโลกได้ขจัดความยากจนในทุกด้านไว้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว และบรรลุเป้าหมายในการบรรเทาความยากจนก่อนระยะเวลาที่ได้กำหนดไว้ถึง 10 ปี ตาม “วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี ค.ศ. 2030” หรือ The 2030 Agenda for Sustainable Development ขององค์การสหประชาชาติ ไม่เพียงจะเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์การพัฒนาของชนชาติจีน ยังเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การบรรเทาความยากจนและการพัฒนาของมนุษยชาติ อีกทั้งยังเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาด้านการบรรเทาความยากจนทั่วโลก และความก้าวหน้าสู่การพัฒนาของมนุษยชาติ

ประชากรที่ได้รับการบรรเทาความยากจนของจีนมีมากกว่าถึง 70% ของประชากรที่ได้รับการบรรเทาความยากจนทั่วโลกเมื่อนับในช่วงเวลาเดียว

นับตั้งแต่จีนมีการปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา จากการคำนวณตามมาตรฐานความยากจนที่ใช้กันในปัจจุบัน จำนวนประชากรที่ยากจนในเขตชนบทของจีนหลุดพ้นจากความยากจนแล้ว 770 ล้านคน และเมื่อคำนวณตามมาตรฐานความยากจนระหว่างประเทศของธนาคารโลกแล้ว ประชากรที่ได้รับการบรรเทาความยากจนของจีนมีมากกว่าถึง 70% ของประชากรที่ได้รับการบรรเทาความยากจนทั่วโลกเมื่อนับในช่วงเวลาเดียว

ประชากรยากจนในเขตชนบทกว่า 98.99 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนแล้วทั้งหมด

เมื่อถึงปลายปี ค.ศ. 2020 จีนบรรลุเป้าหมายการหลุดพ้นจากความยากจนในยุคสมัยใหม่ จากการคำนวณตามมาตรฐานความยากจนภายในประเทศแล้ว มีจำนวนประชากรยากจนในเขตชนบทกว่า 98.99 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนแล้วทั้งหมด ทำให้ 832 อำเภอ และ 128,000 หมู่บ้าน หลุดพ้นจากความยากจน ความยากจนโดยรวมในเขตภูมิภาคได้รับการแก้ไข บรรลุภารกิจขจัดความยากจนอันยากลำบากได้อย่างสมบูรณ์

รายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงเฉลี่ยต่อคนของประชาชนในเขตชนบทยากจนมีถึง 12,588 หยวน

รายได้ที่ใช้จ่ายได้จริงเฉลี่ยต่อคนของประชาชนในเขตชนบทยากจน จากในปี 2013 เฉลี่ยที่ 6,079 หยวน และปี 2020 เพิ่มสูงขึ้นถึง 12,588 โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.6% ต่อปี และเพิ่มขึ้นได้รวดเร็วอย่างต่อเนื่อง และสูงกว่าชนบททั่วประเทศถึง 2.3 %

28 กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวนประชากรค่อนข้างน้อยได้หลุดพ้นจากความยากจนแล้วทั้งหมด

การบรรเทาความยากจนของกลุ่มชาติพันธุ์และในเขตภูมิภาคกลุ่มชาติพันธุ์มีผลสำเร็จอย่างน่าทึ่ง เมื่อนับตั้งแต่ปี 2016 ถึง ปี 2020 จำนวนประชากรยากจนในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เขตปกครองตนเองทิเบต เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยฮุย เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ และ 3 มณฑลที่มีความหลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์อย่าง มณฑลกุ้ยโจว มณฑลยูนาน และมณฑลชิงไห่ ลดลงรวม 15.60 ล้านคน และมี 28 กลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวนประชากรค่อนข้างน้อยได้หลุดพ้นจากความยากจนแล้วทั้งหมด

ภาพจาก Guangming Picture

มีจำนวนผู้หญิงกว่า 100 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งคิดเป็นจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรที่หลุดพ้นจากความยากจน

สภาพการณ์การพัฒนาการดำรงชีวิตของหญิงยากจนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยได้ยึดมั่นตามนโนบายพื้นฐานของประเทศที่ว่าด้วยความเท่าเทียมกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง จึงได้กำหนดให้ผู้หญิงเป็นเป้าหมายหลักในดำเนินการบรรเทาความยากจน และได้ช่วยให้ผู้หญิงกว่า 100 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งคิดเป็นจำนวนประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรที่หลุดพ้นจากความยากจน

มีอบรมทักษะวิชาชีพด้านต่าง ๆ ให้แก่หญิงยากจนรวมกว่า 10.21 ล้านคน และมีหญิงยากจนกว่า 5 ล้านคนนำทักษะวิชาชีพที่ได้รับการอบรมมาสร้างรายได้ อาทิ งานฝีมือ และเพาะปลูก อีกทั้งยังมียอดเงินกู้และสินเชื่อเพื่อบรรเทาความยากจนสำหรับหญิงยากจนรวมกว่า 450,000 ล้านหยวน ช่วยให้หญิงยากจนกว่า 8.7 ล้านคนนำไปสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้

แก้ไขปัญหาพักการเรียนหรือออกกลางคันในช่วงการศึกษาภาคบังคับของเด็กในครอบครัวยากจนในชนบท

ผู้ยากจนได้รับโอกาสด้านการศึกษาเพิ่มมากขึ้น และมีระดับด้านการศึกษาสูงอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเรื่องพักการเรียนหรือออกกลางคันในช่วงการศึกษาภาคบังคับของเด็กในครอบครัวยากจนในชนบทได้รับการแก้ไขเชิงรุก ในปี 2020 มีอัตราจบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี ในอำเภอยากจนถึง 94.8%

มีจำนวนผู้ยากจนเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานสูงถึง 99.9%

มีการแก้ไขและพัฒนาระบบการให้บริการด้านสุขภาพในระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขอบเขตการให้บริการด้านสุขภาพนั้นได้ครอบคลุมในเรื่อง การประกันสุขภาพขั้นพื้นฐาน การประกันเมื่อมีอาการป่วยหนัก และการขอความช่วยเหลือเพื่อรับการรักษาพยาบาล โดยผู้ยากจนต่างล้วนมีสิทธิ์เข้าถึงได้ทุกคน ได้ดำเนินมาตรการคุ้มครองด้านการจัดการทำสัญญาสำหรับประเภทโรคเรื้อรัง และรับประกันให้ความช่วยเหลือเมื่อมีการป่วยร้ายแรง มีผู้ยากจนเข้าสู่ระบบประกันสุขภาพขั้นพื้นฐานสูงถึง 99.9% เตรียมพร้อมให้บริการแก่ผู้ยากจนให้มีสถานที่เข้ารับการรักษา ให้มีหมอ และระบบประกันสุขภาพที่เพียงพอ แก้ไขปัญหาการเข้าถึงการรักษาพยาบาลไม่ทั่วถึง และปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7.9 ล้านครัวเรือน และผู้ยากจนกว่า 25.68 ล้านคนได้มีบ้านอยู่อาศัยที่ปลอดภัย

ตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา มี 7.9 ล้านครัวเรือน และผู้ยากจนกว่า 25.68 ล้านคนได้มีบ้านอยู่อาศัยที่ปลอดภัย ได้บอกลาบ้านที่ทรุดโทรมและโครงสร้างไม่ปลอดภัย ซึ่งส่วนใหญ่สร้างจากอิฐดิน และดินผสมหญ้าแห้ง

ภาพจาก Guangming Picture

ในเขตชนบทมีการบริการไฟฟ้าพื้นฐานที่ครอบคลุมและมีความเสถียร

มีการพัฒนาปัจจัยขั้นพื้นฐานอย่างการใช้ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ยากจนมากยิ่งขึ้น ดำเนินโครงการวางโครงข่ายไฟฟ้าเพื่อส่งไฟฟ้าไปยังพื้นที่ที่ห่างไกล พัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าในชนบทให้ดีขึ้น วางโครงข่ายไฟฟ้าหลักและโครงข่ายส่งกระแสไฟฟ้า ให้ชนบทมีกระแสไฟฟ้าที่มีความเสถียรใช้งานและครอบคลุมทั่วถึง อีกทั้งกำลังของกระแสไฟฟ้าและระดับการให้บริการก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แก้ไขปัญหาด้านความปลอดภัยในน้ำดื่มของผู้ยากจนรวม 28.89 ล้านคน

ดำเนินโครงการและพัฒนาความปลอดภัยน้ำดื่มในชนบท แก้ไขปัญหาความปลอดภัยน้ำดื่มให้แก่ผู้ยากจนแล้วกว่า 28.89 ล้านคน ทำให้มีปริมาณและคุณภาพน้ำดื่มน้ำใช้ตรงตามมาตรฐานความปลอดภัย มีจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตชนบทได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ถึง 382 ล้านคน มีอัตราการใช้น้ำประปาในเขตพื้นที่ยากจนเพิ่มสูงขึ้นจากปี 2015 ที่ 70% เป็น 83% ในปี 2020

หมู่บ้าน และตำบลในเขตพื้นที่ยากจนมีสาธารณูปโภคด้านการขนส่ง และมีการสร้างถนนที่ได้มาตรฐานเพื่อเดินเข้าถึงหมู่บ้านแล้วทั้งหมด

นับถึงปลายปี 2020 มีการสร้างใหม่และแก้ไขทางหลวงสู่พื้นที่ยากจนทั่วประเทศแล้วกว่า 1.10 ล้านกิโลเมตร มีการเพิ่มเส้นทางรถไฟใหม่กว่า 35,000 กิโลเมตร ทำให้หมู่บ้าน และตำบลในเขตพื้นที่ยากจนมีสาธารณูปโภคด้านการขนส่ง และมีการสร้างถนนที่ได้มาตรฐานเพื่อเดินเข้าถึงหมู่บ้านแล้วทั้งหมด กล่าวได้ว่า ถนนถึงที่ไหนที่นั่นรุ่งเรืองและพัฒนา

มีอัตราการเข้าถึงด้านโทรคมนาคมและ 4G สูงถึง 98%
เสริมสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารในพื้นที่ยากจน และมีอัตราการเข้าถึงด้านโทรคมนาคมและ 4G สูงถึง 98% ผลักดันการศึกษา และการแพทย์ทางไกล รวมถึงค้าขายทางอินเตอร์เน็ตครอบคลุมทุกอำเภอยากจน

ภาพจาก Guangming Picture

ในปี 2020 มีร้านค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นในเขตอำเภอยากจนถึง 3,112,300 ร้าน

มีการนำการค้าขายทางออนไลน์เข้าสู่พื้นที่ชนบท ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา และได้ครอบคลุมแล้วกว่า 832 อำเภอยากจน จนถึงปลายปี 2020 มีการลงทุนไปแล้วกว่า 249,170 ล้านหยวน มีร้านค้าออนไลน์รวมแล้วจากปี 2016 ที่ 1,315,000 ร้าน และเพิ่มสูงขึ้นถึง 3,112,300 ร้าน ในปี 2020