จากที่รู้กันว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในทุกปีการเดินทางทางท้องถนนของประชาชนที่เดินทางทั้งท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา จะมีปริมาณมากขึ้นทุกปีโดยปีนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงไม่ใช่แค่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 เท่านั้นแต่การเดินทางที่ปลอดภัยกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพก็เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงให้ความเป็นห่วงและ ต้องมีการวางมาตรการ ป้องกัน เผื่อทุกคนบนท้องถนนปลอดภัย
วันที่ 11 เม.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนถนนทางหลวงหมายเลข 201 ช่วงก่อนเข้าถึงตัวเมืองชัยภูมิ เริ่มมีประชาชนทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา เนื่องในวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวันในช่วงเทศกาลสงการณ์ ทำให้บนท้องถนนในขณะนี้เริ่มมีปริมาณรถสะสม มีการชะลอตัวเป็นบางจุด แต่ก็ได้รับความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่จากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งในส่วนของการจราจร และการตั้งจุดตรวจ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาล
ที่สถานีตำรวจ สภ.บ้านค่าย นำโดย พ.ต.อ.อนุภาพ ผิวอ่อน ผกก. สภ.บ้านค่าย เริ่มด่านกวดขันวินัยจราจรและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในเทศกาสงกรานต์ 2564 ร่วมผู้นำท้องถิ่น กลุ่มอสม. ตั้งจุดสแกนวัดอุณหภูมิประชาชน ทั้งยังแจกน้ำดื่มให้กับปชช.เพื่อคลายร้อน ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางก็ได้มีการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และเข้าใจถึงมาตรการที่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเข็มงวด เพราะไม่ใช่แค่การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น แต่ถ้าหากปล่อยให้ผู้ใช้รถที่มีการเดินทางที่มีระทางไกลและใช้เวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง ก็อาจจะเกิดความเสี่ยงต่อตนเองและผู้ร่วมทางขึ้นได้ ดังนั้นด่านตรวจแห่งนี้จึงพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จะทำให้การเดินทางกลับภูมิลำเนาเต็มไปด้วยความสุข กลับถึงบ้านปลอดภัย ด้วยการบริการของตำรวจไทยยุคใหม่
“ด่านตรวจแอลกอฮอล์” โฉมใหม่ เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยังคงเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญ เพราะการดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุยอดฮิตติดอันดับหนึ่งในการเกิดอุบัติเหตุ จึงมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีที่มีรถขับเข้ามาในจุดตรวจตามปกติ ตำรวจจะเรียกให้หยุดและสอบถามพร้อมตรวจใบขับขี่ หากไม่พบพิรุธก็จะปล่อยไป กรณีที่รถขับเข้าด่านตรวจและมีอาการมึนเมา ตำรวจจะสังเกตด้วยสายตา หากเข้าข่ายมึนเมาจะให้นำรถเข้าจุดตรวจ พร้อมแจ้งสิทธิหากผู้ขับขี่ไม่ยอมเป่าก็จะมีความผิด สันนิษฐานว่ามีการดื่มสุรา และใช้การเจรจาพร้อมบันทึกภาพตลอดเวลา จากนั้นจะนำผู้ขับขี่ไปตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยจะต้องเปลี่ยนเข็มเป่าต่อหน้าผู้ขับขี่ตลอดทุกครั้งที่ตรวจวัด กรณีที่มีรถขับเข้ามาที่ด่านตรวจ ซึ่งคนขับมีอาการมึนเมาและก่อความวุ่นวาย ทางตำรวจประจำด่านจะดำเนินการพาผู้ขับขี่ตรวจค้นรถ และตรวจประวัติอาชญากรรม หากพบว่ามีก็จะจับกุมก่อนทำการพาไปตรวจค้นรถ กรณีที่มีสายลับแจ้งว่ารถต้องสงสัยขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จะมีการปิดกั้นกันหลบหนีและเรียกตรวจ โดยจะตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนและตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนดำเนินการตามขั้นตอน
โดยรูปแบบการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ของสถานีตำรวจ จะมีตั้งแต่ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งขนาดใหญ่จะใช้กำลังตำรวจ 12 นาย ประกอบด้วย หัวหน้าชุด 1 นาย, ชุดคัดเลือกรถเพื่อมาตรวจสอบ 1 นาย, ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 3 นาย, ชุดป้องกันการหลบหนี 4 นาย, ชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1 นาย และชุดควบคุมผู้ต้องหา 1 นาย ขนาดกลางจะใช้ตำรวจ 9 คน ส่วนขนาดเล็กจะมีตำรวจ 7 คน แต่ด่านตรวจทุกขนาด จะต้องมี "กล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์" เพื่อความโปร่งใสตลอดเวลา ทั้งนี้ขนาดของด่านตรวจขึ้นอยู่กับพื้นที่ และสถานีตำรวจที่รับผิดชอบจะนำไปปรับใช้ต่อไป
ที่สถานีตำรวจ สภ.บ้านค่าย นำโดย พ.ต.อ.อนุภาพ ผิวอ่อน ผกก. สภ.บ้านค่าย เริ่มด่านกวดขันวินัยจราจรและเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาในเทศกาสงกรานต์ 2564 ร่วมผู้นำท้องถิ่น กลุ่มอสม. ตั้งจุดสแกนวัดอุณหภูมิประชาชน ทั้งยังแจกน้ำดื่มให้กับปชช.เพื่อคลายร้อน ทั้งนี้ผู้ที่เดินทางก็ได้มีการให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และเข้าใจถึงมาตรการที่ทางเจ้าหน้าที่จะต้องเข็มงวด เพราะไม่ใช่แค่การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เท่านั้น แต่ถ้าหากปล่อยให้ผู้ใช้รถที่มีการเดินทางที่มีระทางไกลและใช้เวลานานติดต่อกันหลายชั่วโมง ก็อาจจะเกิดความเสี่ยงต่อตนเองและผู้ร่วมทางขึ้นได้ ดังนั้นด่านตรวจแห่งนี้จึงพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่จะทำให้การเดินทางกลับภูมิลำเนาเต็มไปด้วยความสุข กลับถึงบ้านปลอดภัย ด้วยการบริการของตำรวจไทยยุคใหม่
“ด่านตรวจแอลกอฮอล์” โฉมใหม่ เน้นความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ยังคงเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญ เพราะการดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุยอดฮิตติดอันดับหนึ่งในการเกิดอุบัติเหตุ จึงมีขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติดังนี้ กรณีที่มีรถขับเข้ามาในจุดตรวจตามปกติ ตำรวจจะเรียกให้หยุดและสอบถามพร้อมตรวจใบขับขี่ หากไม่พบพิรุธก็จะปล่อยไป กรณีที่รถขับเข้าด่านตรวจและมีอาการมึนเมา ตำรวจจะสังเกตด้วยสายตา หากเข้าข่ายมึนเมาจะให้นำรถเข้าจุดตรวจ พร้อมแจ้งสิทธิหากผู้ขับขี่ไม่ยอมเป่าก็จะมีความผิด สันนิษฐานว่ามีการดื่มสุรา และใช้การเจรจาพร้อมบันทึกภาพตลอดเวลา จากนั้นจะนำผู้ขับขี่ไปตรวจวัดแอลกอฮอล์โดยจะต้องเปลี่ยนเข็มเป่าต่อหน้าผู้ขับขี่ตลอดทุกครั้งที่ตรวจวัด กรณีที่มีรถขับเข้ามาที่ด่านตรวจ ซึ่งคนขับมีอาการมึนเมาและก่อความวุ่นวาย ทางตำรวจประจำด่านจะดำเนินการพาผู้ขับขี่ตรวจค้นรถ และตรวจประวัติอาชญากรรม หากพบว่ามีก็จะจับกุมก่อนทำการพาไปตรวจค้นรถ กรณีที่มีสายลับแจ้งว่ารถต้องสงสัยขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จะมีการปิดกั้นกันหลบหนีและเรียกตรวจ โดยจะตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนและตรวจประวัติอาชญากรรมก่อนดำเนินการตามขั้นตอน
โดยรูปแบบการตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ของสถานีตำรวจ จะมีตั้งแต่ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ซึ่งขนาดใหญ่จะใช้กำลังตำรวจ 12 นาย ประกอบด้วย หัวหน้าชุด 1 นาย, ชุดคัดเลือกรถเพื่อมาตรวจสอบ 1 นาย, ชุดตรวจวัดแอลกอฮอล์ 3 นาย, ชุดป้องกันการหลบหนี 4 นาย, ชุดคุ้มกันเจ้าหน้าที่ตรวจวัดแอลกอฮอล์ 1 นาย และชุดควบคุมผู้ต้องหา 1 นาย ขนาดกลางจะใช้ตำรวจ 9 คน ส่วนขนาดเล็กจะมีตำรวจ 7 คน แต่ด่านตรวจทุกขนาด จะต้องมี "กล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์" เพื่อความโปร่งใสตลอดเวลา ทั้งนี้ขนาดของด่านตรวจขึ้นอยู่กับพื้นที่ และสถานีตำรวจที่รับผิดชอบจะนำไปปรับใช้ต่อไป