ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประชุมในช่วงบ่ายเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีสมาชิกอยู่ร่วมประชุมกันบางตา เกินองค์ประชุมเพียงไม่มาก โดยในมาตรา50 เรื่องการนับคะแนนเสียงประชามติ ที่เมื่อมีการแสดงตนเป็นองค์ประชุมก่อนลงมติ ปรากฏว่า มีสมาชิกเหลืออยู่แค่ 372 คน เกินองค์ประชุม 366 คน มาแค่ 6เสียงเท่านั้น จนนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ที่ทำหน้าที่ประธานการประชุมต้องคอยกระตุ้นเตือนขอความร่วมมือให้สมาชิกอยู่ในห้องประชุม ขอให้อดทนช่วยกันทำหน้าที่ เพราะเรามาไกลกันแล้ว แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ในมาตรา50/1 เรื่อง การนับคะแนนเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เมื่อนายชวนกดออดให้สมาชิกแสดงตนเป็นองค์ประชุม ปรากฏว่า ยังคงมีสมาชิกอยู่กันอย่างบางตา แม้นายชวนต้องกดออดเรียก 3รอบ แต่สมาชิกก็ยังไม่ค่อยเข้ามาแสดงตน จนนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย หารือว่า หากต้องเลื่อนการประชุมออกไปก่อน จะมีผลทางกฎหมายหรือไม่ สังเกตมาหลายมาตราแล้ว มีสมาชิกอยู่น้อยลง จะเปิดประชุมวิสามัญอีกครั้งได้หรือไม่ ซึ่งนายชวนชี้แจงว่า จะไม่เปิดประชุมวิสามัญเป็นครั้งที่สาม ถ้าไม่ผ่าน เรื่องก็ค้างต้องไปเปิดประชุมอีกทีสมัยสามัญ เหมือนเราไม่รับผิดชอบ จึงขอให้ทุกคนอดทน ช่วยกันทำหน้าที่ ก่อนจะกดออกเรียกส.ส.ให้มาแสดงตนเป็นองค์ประชุมครั้งที่4 จึงมีสมาชิกมาแสดงตน 377 คน เกินองค์ประชุมมา 11เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาเมื่อพิจารณามาถึงมาตรา 51 เรื่องการประกาศผลการออกเสียงประชามติ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. เสนอขอนับองค์ประชุม โดยการขานชื่อเรียงคน แต่นายชวนชี้แจงว่า ยังมีสมาชิกเข้าๆออกๆห้องประชุม และขอร้องไม่ให้นับองค์ประชุม ขณะที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว.กล่าวเสริมว่า เห็นใจการประชุมวันนี้ เพราะมีเรื่องสถานการณ์โควิดเข้ามา ส.ส.หลายคนไม่สามารถมาประชุมได้ เพราะไปพบคนติดเชื้อโควิด จึงต้องเดินทางไปโรงพยาบาลตรวจหาเชื้อ แต่ขอให้ระวังเรื่องการเสียบบัตรแทนกันด้วย เพราะไม่อยากเกิดเหตุขึ้น จนมีคนนำไปร้องศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการเสียบบัตรแทนกัน เพราะสังเกตเห็นเสียงตอนแสดงตนเป็นองค์ประชุม กับเสียงตอนลงมติมีผลต่างห่างกันแบบผิดสังเกต เกรงจะมีคนเสียบบัตรแทนกัน ทำให้นายคารม พลพรกลางส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สวนกลับทันทีว่า เรื่องการเสียบบัตรแทนกันไม่มี ขอให้นายสมชายอย่ามาโยนขี้ให้กัน ขณะที่นายชวนได้รีบตัดบทเข้าสู่การประชุมต่อ จนกระทั่งเข้าสู่การพิจารณามาตรา 53 เมื่อมีการแสดงตนเป็นองค์ประชุม มีสมาชิกอยู่แสดงตนแค่ 374 เสียง ทำให้นายชวนตัดสินใจ พักการประชุม 10 นาที เพื่อเรียกวิป 3ฝ่าย มาหารือกันเพื่อแก้ปัญหาเรื่องจำนวนสมาชิกในห้องประชุม

ต่อมาเวลา 14.40 น. นายชวนขออนุญาตพักประชุม 10 นาที เพื่อขอพบวิป 3 ฝ่าย และได้เปิดประชุมอีกครั้งในเวลา 15.05 น. นายชวน กล่าวว่า ที่ประชุม 3 ฝ่ายมอบอำนาจให้ตนตัดสินใจ ถ้าองค์ประชุมไม่ครบ ไปไม่รอดให้ปิดประชุมได้ ดังนั้นความจริงก็คือความจริง หนีความจริงไม่ได้ แต่ตนไม่โทษใคร เพราะเราเจอสถานการณ์แบบนี้

จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณาในหมวด 8 เกี่ยวกับคัดค้านการออกเสียงประชามติ ไม่มีสมาชิกแสดงความเห็น นายชวนจึงสั่งให้ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ และได้รอสมาชิกเข้ามาในห้องประชุม ระหว่างนั้นนายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่ทราบสมาชิกกลัวอะไรกับพ.ร.บ.ประชามติ แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคน ขอให้ทุกท่านกลับมาห้องนี้เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน

นายชวน ชี้แจงว่า คงไม่ใช่เรื่องกลัว แต่ด้วยเหตุการณ์ที่เราทราบอะไรที่เกิดขึ้น เพราะการเปิดสมัยวิสามัญเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทูลเกล้าฯทูลกระหม่อมเพื่อกราบบังคมทูล และเราได้เปิดวิสามัญเรื่องนี้มาสองครั้งแล้ว และมาลงเอยกันแบบนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่พึ่งปรารถนา ดังนั้นตนก็ให้โอกาสสมาชิกได้แสดงตนเพื่อให้มีชื่ออยุ่ในห้องประชุมในวาระการประชุมในวันนี้ จึงขอเลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากเราจำเป็นต้องให้องค์ประชุมมีความสมบูรณ์ ยังไม่นับองค์ประชุมแต่เห็นว่าควรเลื่อนต่อไป

จากนั้น เลขาธิการสภาฯ ได้อ่านพระบรมราชโองการปิดสมัยประชุมวิสามัญ และสั่งปิดประชุมในเวลา 15.19 น.