สถานีพัฒนาที่ดินพังงา มุ่งส่งเสริมพัฒนาที่ดินเกษตรอินทรีย์ ตำบลนบปริง อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงาพร้อมผลักดันให้เกษตรกรยกระดับมาตรฐาน GAP สู่เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS เพื่อการสร้างรายได้ที่มั่นคง

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. นายจตุพงษ์ เกตุรักษ์ หมอดินอาสาหมู่ 4 ตำบลนบปริง อำเภอเมืองพังงา จังหวัดพังงา กล่าวว่า เดิมเกษตรกรทำอาชีพรับจ้างทั่วไป พอปี 2557 ตอนนั้นก็หันมาทำเกษตร และถูกชักชวนให้มาเป็นหมอดินอาสาในปี 2559 จากนั้นได้รู้จักกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมพัฒนาที่ดินก็พาไปอบรมเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS โดยมีหน่วยงาน ศวพ.เป็นผู้ตรวจสอบ หลังจากที่กลับมาก็มีแนวคิดเปลี่ยนว่า ทำเกษตรอินทรีย์น่าจะดี เพราะตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ตามศาสตร์พระราชาด้วย น่าจะส่งผลดีต่อตนเองและคนรอบข้าง

ในปี 2560 ก็ทำเป็น GAP อยู่ ทำได้ประมาณสัก 2 ปี ก็มีหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่ง คือ ศวพ. จังหวัดพังงาที่มาแนะนำว่าทำเป็น GAP แล้วแต่ไม่ได้ใช้สารเคมี ตอนนั้นใบรับรอง GAP กำลังจะหมดอายุ ทางเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า ทำเกษตรโดยไม่ใช้สารเคมี น่าจะปรับเปลี่ยนเป็นเกษตรอินทรีย์ จากนั้นจึงเริ่มหันมาทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกพืช 19 ชนิด เกษตรกรที่อยู่ในกลุ่มคนละ 1 ชนิด ซึ่งตอนนี้ยังไม่ขยายเครือข่ายออกไป ส่วนมากผักที่ปลูกก็จะเป็นถั่ว ผักกวางตุ้ง แตงกวาแล้วก็ผักกินใบพวกมันปู ถ้าเป็นสมาชิกก็จะปลูกผักกวางตุ้ง เพราะปลูกง่าย การดูแลรักษาง่าย ซึ่งเป็นพืชที่ได้การรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP ทั้งหมด มีการจัดจำหน่ายผ่านทางตลาดออนไลน์ ทั้งทางเฟสบุ๊คและทางไลน์ ซึ่งในหมู่บ้านมีการพูดปากต่อปากกันว่า หมอดิน 4 และในเฟสบุ๊ค คือ สวนอินทรีย์หมอดิน 4 และถึงแม้จะประสบปัญหาตามฤดูกาล ช่วงพายุก็โดนพายุ ถ้าว่าหน้าแล้งตอนนี้ก็ประสบปัญหาเกษตรกรในกลุ่ม และในส่วนตัวก็ประสบปัญหาในเรื่องน้ำ

ตอนนี้สำคัญน้ำขาดแคลนทำให้ปลูกเยอะไม่ได้ หน้าร้อนก็โดนฝนทิ้งช่วง ตอนนี้ก็ 2 เดือนกว่าแล้วที่สมาชิกปลูกพืชไม่ได้เลย ซึ่งทำให้ต้องลดพื้นที่ปลูก โดยที่ไม่เน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ ทางสถานีพัฒนาที่ดินพังงาก็ได้เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆและให้คำแนะนำเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการทำเกษตรอินทรีย์ โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรปลอดภัย ยกระดับมาตรฐาน GAP สู่เกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วม PGS และอยากเชิญชวนให้ทุกคนที่สนใจจะทำเกษตรอินทรีย์ สำหรับท่านไหนที่ต้องการมาศึกษาเรียนรู้ในจุดนี้ ที่สวนอินทรีย์หมอดิน 4 ตรงนี้ ก็สามารถมาได้ จะแนะนำให้เกษตรกรเข้าใจในสิ่งที่เกษตรกรต้องกรหรืออยากทราบ เป็นต้น ซึ่งถ้าใครสนใจสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 062-9499448 หมอดินอู๊ด

ด้านนางสาวยุพาพร นาควิสัย ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินพังงา กล่าวว่า สถานีพัฒนาที่ดินพังงา ได้ดำเนินงานวางแผนในการพัฒนาคุณภาพดินให้แก่เกษตรกร พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่เกษตรกรที่ประสบปัญหาต่างๆในการเพาะปลูกพืชและสาธิตการทำน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักในการปรับปรุงบำรุงดิน เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตร และได้สนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น สารเร่งซุปเปอร์ พด.สารปรับปรุงดินต่างๆ และให้เกษตรกรเข้าร่วมอบรมโครงการ PGS ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ในการทำเกษตร และสร้างรายได้ที่มั่นคง และยังฝากถึงกลุ่มเกษตรกรต้นแบบกลุ่มนี้ว่ากรมพัฒนาที่ดินจะมาสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ต้นแบบตั้งแต่เรื่องดิน การใช้ปุ๋ยชีวภาพ เพื่อเกษตรปลอดภัย ถ้าดินปลอดภัยก็จะทำให้พืชปลอดภัย ทั้งเกษตรกรรวมถึงผู้บริโภคก็สุขภาพดี ปลอดภัยตามไปด้วย