หลังจากที่ประชาชนต่างเฝ้ารอว่า เมื่อไหร่จะได้ใช้รถเมล์ใหม่ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 ผ่านไป แนวทาง แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ที่เฝ้ารอกันมานานก็เริ่มคืบหน้าอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานฯ ในการพิจารณาเพื่อปรับแผนแนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรม รวมถึงหาข้อยุติต่อการตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. หรือ แผนฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางบก ครั้งที่ 1/2564 ว่า ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะทำงานฯ ในการพิจารณาเพื่อปรับแผนแนวทางการปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ให้มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้มีนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และนายจิรุฒม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นเลขานุการคณะทำงาน โดยมีสำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมพิจารณา ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน คาดว่าจะได้ข้อยุติในเดือนพฤษภาคมนี้ ทั้งนี้รวมไปถึงการหาข้อสรุปในบางประเด็นจากการตั้งข้อสังเกตหรือข้อกังวลของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับ “แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.” ด้วย ต่อจากนั้นจะดำเนินการจัดทำแผนลงทุนดังกล่าวเพื่อเสนอต่อสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาและเสนอคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป
นายศักดิ์สยาม กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่ ขสมก. ขอรับเงินสนับสนุน (PSO) ในแผนฟื้นฟูฯ ปี 2565-2571 ระยะเวลา 7 ปี รวมเป็นเงินประมาณ 9,674 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังตั้งข้อสังเกตว่าเงินสนับสนุน (PSO) รัฐจะดำเนินการได้ก็ต่อเมื่อมีการจำกัดราคาค่าโดยสารเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งที่ผ่านมามีการจำกัดราคาค่าโดยสารและทำให้ ขสมก.ขาดทุน แต่แผนฟื้นฟูฯ ซึ่งเสนอในครั้งนี้ไม่ใช่การจำกัดราคาค่าโดยสารเพื่อประชาชน หากแต่ดำเนินการตามแผนปฏิรูประยะเวลา 7 ปี แต่สาเหตุที่ยังต้องขอรับเงินสนับสนุน (PSO) เนื่องจาก ขสมก. ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงานที่จะทยอยเกษียณอายุ ทั้งนี้พนักงานในระบบการจ้างเดิมมีอัตราค่าจ้างที่สูงเพราะมีการปรับค่าตอบแทนเพิ่มทุกปี โดยหลังจากนี้การรับพนักงานใหม่เพื่อทดแทนพนักงานที่เกษียณอายุจะเป็นรูปแบบของ Outsource ซึ่งจะส่งผลให้สามารถควบคุมสภาพการจ้างให้มีอัตราค่าใช้จ่ายที่คงที่ได้
“เมื่อได้คณะทำงานแล้วจะเร่งดำเนินการทุกอย่างให้ได้ข้อยุติ เพื่อไม่ทำให้แผนฟื้นฟูฯ ล่าช้าออกไปอีก เพราะหากล่าช้าก็จะยิ่งทำให้ ขสมก. ขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวันนี้ ขสมก.ขาดทุนประมาณ 300 ล้านบาทต่อเดือน หรือขาดทุนราว 4,000 ล้านบาทต่อปี” นายศักดิ์สยาม กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ได้มีการเปิดเผยแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ซึ่งมีการปรับแผนจากการซื้อรถเมล์ใหม่ เปลี่ยนเป็นการจัดเช่ารถโดยสารปรับอากาศพลังงานไฟฟ้าแทน และให้บริการวิ่งในเส้นทางเดินรถที่มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางตามที่กรมการขนส่งทางบกแบ่งใหม่ เป็นของ ขสมก. 108 เส้นทาง และของเอกชนอีก 54 เส้นทาง รวมระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเป็นการจ่ายค่าจ้างตามกิโลเมตรที่วิ่งให้บริการจริง ในอัตราที่ ขสมก. กำหนด และยังมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารเป็นอัตราเดียว (Single Price) ในอัตรา 30 บาท/คน/วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน โดยยังคงมีทางเลือกสำหรับค่าโดยสารแบบเที่ยวเดียวไว้ให้ด้วย


