รับวินิจฉัยฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง "ศาลฯ" สั่ง "ปารีณา" หยุดทำหน้าที่ "บิ๊กตู่" เตือนสติ "ราษฎร" เป็นไปตาม “กรรม” เลื่อนคดี "ม็อบ 3 นิ้ว"

“จุรินทร์” เผยสั่งฝ่ายกม.ยกร่าง รธน.แยกรายมาตรา หวั่นซ้ำรอยถูกคว่ำ ด้าน“ปารีณา”น้อมรับคำสั่งศาลให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ส.ส.ปมรุกป่าสงวนแห่งชาติ ยันพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม “อนุชา”รับเสียใจแต่ไม่มีผลกระทบต่อเสียง-งานในสภาแน่นอน “บิ๊กป้อม”บอก“เอ๋”กำลังใจดี “บิ๊กตู่”จวกม็อบชุมนุมสร้างความเดือดร้อน เตือนสติ ปชช.รักชาติ-สถาบัน ลั่นแผ่นดินไทยศักดิ์สิทธิ์ ถ้าทำสิ่งที่ดีได้สิ่งที่ดีตอบ ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมของแต่ละคน ส่วนตำรวจจ่อดำเนินคดีเอาผิด 11แกนนำขึ้นเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ ผิดมาตรา 112 ส่วน “อัยการ” เลื่อนสั่งคดี “ม็อบ3 นิ้ว”ชุมนุมสถานทูตเยอรมนี ไป13พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 25มี.ค.64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ได้สั่งให้ฝ่ายกฎหมายยกร่างแล้ว โดยคาดว่า 1–2 สัปดาห์ น่าจะเสร็จ หลังจากนั้นจะนำไปหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะร่วมเสนอหรือแยกกัน ตนไม่ทราบ แต่พรรคประชาธิปัตย์ให้แยกเป็นรายประเด็น เพราะหาก 1 ร่าง มี 3 ประเด็น เห็นด้วย 2 ประเด็น ไม่เห็นด้วย 1 ประเด็น ก็จะทำให้ร่างนั้นตกไป และนำไปหารือร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เพราะต้องอาศัยเสียงร่วมกัน ต้องอาศัยเสียงวุฒิสมาชิก และฝ่ายค้านด้วย การแก้รัฐธรรมนูญจึงจะสำเร็จได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าประเด็นเร่งด่วนที่เห็นสมควรแก้ไขเป็นรายมาตรา หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การแก้ไขมาตรา 256 มาตรา ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจในการเลือกนายกฯ ของวุฒิสมาชิก รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ซึ่งจะไปลำดับความสำคัญ และหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นด้วย

นายจุรินทร์ กล่าวถึงแนวโน้มการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติว่า พรรคสนับสนุนกฎหมายประชามติ หากนำเข้าสู่การพิจารณาก็จะให้ความเห็นชอบ เพราะอยากเห็นกฎหมายประชา มติเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการนำไปทำให้การแก้รัฐธรรมนูญประสบความสำเร็จได้

ส่วน ที่ศาลฎีกา สนามหลวง ศาลนัดฟังคำสั่งในคดี คมจ.1/2564ที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนในจ.ราชบุรี

ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคำร้องของผู้คัดค้านยังไม่มีเหตุเพียงพอให้ศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นหรือมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามที่ผู้คัดค้านร้องขอให้ยกคำร้องเนื่องจากศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และมิได้มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 235วรรคสามบัญญัติให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิ บัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา จึงให้มีหนังสือแจ้งคำสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบหมายส่งสำเนาคำร้องและคำสั่งให้ผู้คัดค้านทราบให้ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านภายใน14 วัน นับแต่วันรับคำร้องและมีหนังสือขอให้ศาลที่ผู้คัดค้านมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจศาลดำเนินการจัดส่งแทนการส่งหมายถ้าไม่มีผู้รับหรือไม่สามารถทำได้ให้ปิดหมายและให้มีผลใช้ได้ทันที

ขณะที่ น.ส.ปารีณา กล่าวว่า ขอน้อมรับคำสั่งศาล และพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และมั่นใจในระบบกระบวนการยุติธรรม

ส่วน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค พปชร.กล่าวว่า ส่วนตัวรู้ สึกผิดหวังที่น.ส.ปารีณาต้องโดนตัดสิทธิ์ จึงเป็นห่วงเป็นกังวล ในฐานะที่ทำงานร่วมกันมา อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบ ต่อการทำงานในสภาและเสียงของรัฐบาล เพราะเสียงที่มีอยู่ตอนนี้มีความมั่นคง

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นเรื่องของศาล ตนไม่ขอก้าวล่วง เมื่อถามว่า ได้ให้กำลังใจ น.ส.ปารีณา อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่เป็นไรเขากำลังใจดีอยู่แล้ว”

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประ สงค์ เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า ควรจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมกันบ้าง จะชุมนุมอะไรต่างๆอย่าให้คนอื่นเดือด ร้อน จะอ้างว่าเป็นประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่แบบนี้

เมื่อถามว่า มีประชาชนส่วนหนึ่งต้องการให้รัฐบาลใช้กฎหมายทุกมาตราอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มผู้ชุมนุม พล. อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะให้จับคนทั้งหมด 1,000 คน 500 คน หรืออย่างไร
“วันนี้ขอร้องให้ทุกคนช่วยกันรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อย่าลืมว่าแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะพระสยามเทวาธิราช และพระแก้วมรกต ทรงดูแลคุ้มครองมาตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา พ่อแม่ก็คือพระในบ้าน สัง คมเราต้องเคารพผู้มีอาวุโส พ่อแม่พี่น้องครูบาอาจารย์ ถ้าสิ่งเหล่านี้หายไปก็ไม่ใช่คนไทยและประเทศไทยแล้วหรือใครคิดว่ามันดีบ้าง ดังนั้น ใครที่ไม่พอใจ หรือคิดอะไรที่แตกต่าง ก็ขอให้ถามเพื่อนดูบ้าง คุยกันเองก็แล้วกัน ผมบัง คับไม่ได้ เพราะเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว เราไม่เคยไม่มี ผมก็เข้าใจตรงนี้”

ส่วน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. และโฆษกบช.น. กล่าวว่า จากกรณีการชุมนุมที่ย่านประสงค์เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งคำร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะ 1 1 คนที่ขึ้นประศรัย และจะขยายผลไปยังกลุ่มบุคคลอื่นๆ ที่มีส่วนร่วมในการชุมนุม

ขณะที่ นายสนธิญา สวัสดี ปรึกษากรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาฯ ได้นำเอกสารหลักฐานภาพถ่ายการขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุม ที่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน ไปยื่นต่อพันตำรวจเอกณรงค์ชัย น้อยศรี ในฐานะเวรอำนวยการรับเรื่องราวร้องทุกข์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อขอให้มีการดำเนินการตรวจสอบ 3 เรื่อง โดยเป็นการขอตรวจสอบเยาวชนชายและหญิง ที่ขึ้นปราศรัยบนเวทีการชุมนุมดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 112

ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ พร้อมผู้ต้องหาแกนนำ และแนวร่วมกลุ่มราษฎรรวม13คน ได้เดินทางมารายงานตัว ตามที่อัยการนัดฟังคำสั่งคดีชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี ความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 112 และยุยงปลุกปั่น มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ โดยมีผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎรและผู้ใกล้ชิดเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการเลื่อนนัดสั่งคดีไปเป็นวันที่ 13 พ.ค.64 เวลา 09.00 น. เนื่องจากอัยการอยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน